อังกฤษเผยยอดค้าปลีกทรุดหนักสุดรอบ 7 ปีในไตรมาสแรก เหตุภาคครัวเรือนชะลอใช้จ่าย
สำนักงานสถิติแห่งชาติ (โอเอ็นเอส) ของอังกฤษ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกหดตัว 1.4% ในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งเป็นการปรับตัวรายไตรมาสที่ย่ำแย่ที่สุด นับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2553 หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.8% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว
ทั้งนี้ ยอดค้าปลีกที่ซบเซาดังกล่าวบ่งชี้ว่าการใช้จ่ายในภาคครัวเรือนได้ชะลอตัวลงอย่างมาก
คาดกันว่ายอดค้าปลีกที่ดิ่งลงดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอังกฤษราว 0.1% ในไตรมาสแรก
ขณะเดียวกัน ยอดค้าปลีกในเดือนมี.ค.หดตัวลง 1.8% ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากเพิ่มขึ้น 1.7% ในเดือนก.พ.
การทรุดลงอย่างฮวบฮาบของยอดค้าปลีก ส่งผลให้ตลาดหุ้นลอนดอน ปิดตลาดเมื่อคืนนี้ (21เม.ย.)ปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนบางส่วนชะลอการซื้อขายเพื่อจับตาการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในวันอาทิตย์นี้อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ดัชนีเอฟทีเอสอี100 ลดลง 3.99 จุด หรือ -0.06% ปิดที่ 7,114.55 จุด
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนเมื่อวานนี้ มีแรงฉุดรั้งจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งปรับตัวลงจากแรงกดดันของราคาน้ำมันที่ร่วงลงเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นบีพีร่วงลง 1.2% ขณะที่หุ้นรอยัล ดัตช์ เชลล์ ขยับขึ้นเพียง 0.1%





