ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธเผย จรวดที่เกาหลีเหนือนำออกมายิงทดสอบและล้มเหลวครั้งล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ (16 เม.ย.) อาจเป็นระบบขีปนาวุธรุ่นใหม่ที่ทั่วโลกยังไม่เคยรู้จักมาก่อน
นายจอห์น สกิลลิง ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธจากกลุ่มสังเกตการณ์ “38 นอร์ธ” (38 North) ซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือ ระบุว่า การทดสอบที่ล้มเหลวครั้งนี้เป็นตัวบ่งชี้ว่าจรวดที่ถูกนำมายิงอาจเป็น “ระบบใหม่”
“การที่จรวดล้มเหลวตั้งแต่เริ่มปล่อยออกจากฐานยิงนั้นเกิดขึ้นเป็นประจำกับจรวดของเกาหลีเหนือที่ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นพัฒนา และพวกเขายังต้องแก้ไขข้อบกพร่องในระบบขับเคลื่อนและนำวิถี” นายสกิลลิงเผยกับสำนักข่าวต่างประเทศ “หากเราทราบรายละเอียดมากกว่านี้ก็คงดี แต่ผมสงสัยว่านี่คือจรวดรุ่นใหม่ หรือไม่ก็ต้องเป็นรุ่นที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่”
นอกจากนี้ นายสกิลลิงยังเชื่อว่า สิ่งที่ถูกทดสอบน่าจะเป็นจรวดรุ่นใหม่ที่นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือนำออกมาอวดสายตาชาวโลกในพิธีสวนสนามกองทัพที่กรุงเปียงยางเมื่อวันเสาร์ (15 เม.ย.) และยืนยันว่า แม้จรวดรุ่นนี้จะถูกติดตั้งไว้บนรถบรรทุกสำหรับขีปนาวุธพิสัยกลางมูซูดัน แต่ไม่ใช่จรวดชนิดเดียวกัน
จนถึงขณะนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐยังไม่ชี้ชัดว่า จรวดที่ระเบิด “เกือบทันที” หลังพุ่งออกจากฐานยิงใกล้กับเมืองซินโป แถบชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือเมื่อช่วงเช้าตรู่วันอาทิตย์นั้นเป็นชนิดใด ขณะที่ทำเนียบขาวระบุเพียงว่าเป็น “ขีปนาวุธพิสัยกลาง” เท่านั้น
แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐซึ่งไม่ประสงค์ออกนามให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟอกซ์นิวส์ว่า ระบบอาวุธที่โสมแดงนำออกมาทดสอบล่าสุดคือจรวดสกั๊ดรุ่นใหม่ “เคเอ็น-17” ที่ใช้เชื้อเพลิงเหลว และมีองค์ประกอบของตัวขับเคลื่อนเพียงส่วนเดียว (single-stage) โดยจรวดรุ่นนี้สามารถนำไปใช้สำหรับโจมตีเรือได้
ด้านนางซูซาน ทอร์นตัน รักษาการผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะสืบข้อมูล เนื่องจากจรวดระเบิดแตกเป็นเสี่ยง ๆ หลังพุ่งออกจากฐานยิงไม่กี่วินาที
ขณะที่นายเจมส์ แมททิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐสั่งตรวจสอบระบบป้องกันนิวเคลียร์ของประเทศเมื่อวานนี้ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมต่อการรับมือภัยคุกคามในศตวรรษที่ 21 และเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ชาติพันธมิตร ซึ่งการตรวจสอบในลักษณะนี้จะมีขึ้นทุกๆ 7 ปี


