ดาวโจนส์ปิดทะยานเกือบ200จุด เมินปัจจัยเกาหลีเหนือ ขณะคาดผลประกอบการสดใส
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดตลาดวันจันทร์ ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวขึ้น โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 วัน และพุ่งขึ้น 183 จุด ขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับคาบสมุทรเกาหลี และหันมาจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การเปิดเผยผลประกอบการในไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียน จะเป็นผลประกอบการที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2554
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 183.67 จุดหรือ 0.9% ปิดที่ 20,636.92 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวขึ้น 20.06 จุดหรือ 0.86 % ปิดที่ 2,349.01 จุดและดัชนีแนสแด็กบวก 51.64 จุดหรือ 0.89 % ปิดที่ 5,856.79 จุด
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์พุ่งขึ้นนำตลาดวันนี้ ขณะที่หุ้นโบอิ้ง และไอบีเอ็ม ทะยานขึ้นมากที่สุด
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดทำการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องในวันกู๊ดฟรายเดย์ ในเทศกาลอีสเตอร์
นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวหลังการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือที่ประสบความล้มเหลวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ยุคแห่งการใช้ความอดทนกับเกาหลีเหนือได้ผ่านพ้นไปแล้ว
อย่างไรก็ดี นายเอช.อาร์. แมคมาสเตอร์ ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ กล่าวย้ำว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังไม่พิจารณาทางเลือกในการใช้ปฏิบัติการทางทหารตอบโต้เกาหลีเหนือในขณะนี้
เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า ปธน.ทรัมป์กำลังพิจารณาการใช้มาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือที่รุนแรงขึ้น เช่น การห้ามจำหน่ายน้ำมันแก่เกาหลีเหนือ, การระงับสายการบินเกาหลีเหนือไปยังประเทศต่างๆ, การตรวจจับเรือสินค้าเกาหลีเหนือ และการลงโทษธนาคารของจีนที่ทำธุรกิจกับเกาหลีเหนือ


