ประธานาธิบดีเรเซป เตย์ยิป เออร์โดวาน ของตุรกีประกาศชัยชนะในการลงประชามติทั่วประเทศ หลังการนำคะแนน 97% บ่งชี้ มีผู้ลงมติ “รับ” 51.4% และ “ไม่รับ” 48.6%
บีบีซี รายงานว่า ชาวตุรกีส่วนใหญ่ลงประชามติให้อำนาจประธานาธิบดีมากขึ้น และยุบตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เปลี่ยนมาใช้ระบบประธานาธิบดีแทนระบบรัฐสภา โดยผู้สนับสนุนประธานาธิบดี ระบุว่า การใช้ระบบประธานาธิบดีแทนระบบรัฐสภา จะทำให้ประเทศมีความทันสมัยมากขึ้น
ทั้งนี้ มีผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนประมาณ 55 ล้านคนตามหน่วยลงคะแนน 167,000 หน่วยทั่วประเทศ และจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์อยู่ในระดับสูง
นายเออร์โดวานระบุว่า จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเพื่อแก้ปัญหาความมั่นคง ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน หลังจากที่เมื่อ 9 เดือนก่อน มีความพยายามก่อรัฐประหาร นอกจากนั้นยังช่วยหลีกเลี่ยงการมีรัฐบาลผสมที่อ่อนแอแบบที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีตโดยระบบใหม่จะมีลักษณะคล้ายกับระบบของฝรั่งเศสและสหรัฐ และจะช่วยให้ประเทศมีความสงบเรียบร้อยมากขึ้น ในช่วงที่เกิดความวุ่นวายจากการก่อความไม่สงบของชาวเคิร์ด กลุ่มติดอาวุธอิสลาม และความขัดแย้งกับซีเรียเพื่อนบ้าน ซึ่งทำให้ผู้อพยพไหลทะลักเข้าไปในตุรกี
ขณะที่ฝ่ายคัดค้านและฝ่ายวิจารณ์ ที่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอ หวั่นเกรงกว่า การเปลี่ยนแปลงจะทำให้ประธานาธิบดีมีอำนาจมากเกินไป เทียบเท่ากับมีคนปกครองเพียงคนเดียว ปราศจากการตรวจสอบและถ่วงดุล
ตุรกี ที่ครั้งหนึ่งเคยมีเสถียรภาพมากประเทศหนึ่งในภูมิภาค ขณะนี้กลายเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย จากการโจมตีก่อการร้ายหลายครั้ง และการอพยพเข้ามาของผู้ลี้ภัยนับล้าน ส่วนใหญ่มาจากซีเรีย
ขณะเดียวกัน ชนชั้นกลางก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้ทันสมัย ตุรกี ในสมัยของนายเออร์โดวานจึงกลายเป็นยุคที่คนตุรกีที่ยึดมั่นในศาสนาได้รับการส่งเสริมและมีอำนาจมากขึ้น


