เกาหลีเหนืออาจปรับปรุงขีดความสามารถขีปนาวุธโดยรวมให้เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งอาจมีความสามารถที่หลากหลายมากขึ้น เมื่อพิจารณาจากการทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธหลายครั้งในปีที่ผ่านมา
นายฮัน ซอง ยอล รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของเกาหลีเหนือ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศที่กรุงเปียงยางวันนี้ว่า ตัวการสำคัญที่ทำให้สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดอีกครั้งคือสหรัฐ และตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง สหรัฐก็แสดงท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งกองเรือโจมตีและเปิดการซ้อมรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยมีมากับเกาหลีใต้
ด้านสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ในสังกัดกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ระบุว่า เกาหลีเหนืออาจปรับปรุงขีดความสามารถขีปนาวุธโดยรวมให้เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งอาจมีความสามารถที่หลากหลายมากขึ้น เมื่อพิจารณาจากการทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธหลายครั้งในปีที่ผ่านมา
ศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของเกาหลีเหนือในการยิงขีปนาวุธหลายลูกไปพร้อมกันหรือต่อเนื่องกัน ตลอดจนความสามารถในการใช้เชื้อเพลิงแข็ง ซึ่งช่วยให้ยิ่งขีปนาวุธได้เร็วกว่าเชื้อเพลิงเหลวนั้น ถือเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงมากยิ่งขึ้นต่อความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก
สถาบันฯกำลังจับตาดูว่า ประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้ ซึ่งจะมาทำหน้าที่ต่อจากปัก กึน เฮ ที่ถูกปลดจากตำแหน่ง ว่าจะรับมือกับเกาหลีเหนืออย่างไร ซึ่งหากรัฐบาลชุดใหม่พยายามกระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาลเกาหลีเหนือ ก็อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นและสหรัฐได้


