ผู้นำกลุ่มกบฏมุสลิมโรฮิงญาในเมียนมาประกาศว่าจะเดินหน้าสู้ต่อไป จนกว่านางออง ซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมาจะออกมาตรการคุ้มครองชาวโรฮิงญา
นายอะตา อุลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มกบฏมุสลิมโรฮิงญาในเมียนมา ให้สัมภาษณ์สื่อผ่านทางวีดิโอคอลจากสถานที่ไม่เปิดเผย ระบุว่า กลุ่มกบฏของเขาจะเดินหน้าต่อสู้กับรัฐบาลเมียนมาไปจนกว่านางซูจีจะยอมให้หลักประกันคุ้มครองชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงญา
“หากพวกเขาไม่ให้สิทธิกับเรา จะมีชาวโรฮิงญาต้องตายอีกหลายพันคน และเราก็พร้อมตายอยู่แล้ว”
อย่างไรก็ตาม นายอุลเลาะห์ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับกลุ่มหัวรุนแรงในต่างประเทศ และยืนยันว่ามุ่งเน้นต่อสู้เพื่อสิทธิของชาวโรฮิงญาที่ถูกเข่นฆ่าจากชาวพุทธในเมียนมาเท่านั้น
เหตุโจมตีป้อมของเจ้าหน้าที่ป้องกันชายแดนเมียนมาโดยกลุ่มติดอาวุธไม่ทราบฝ่ายในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว ทำให้เกิดวิกฤติครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่นางซูจีเข้าสู่อำนาจหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยมีชาวโรฮิงญากว่า 75,000 คนต้องหลบหนีไปยังบังกลาเทศ ผลจากการปราบปรามอย่างหนักของกองทัพเมียนมา
ขณะที่รายงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่เผยแพร่เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมาระบุว่า หน่วยรักษาความมั่นคงของเมียนมาทำการสังหารหมู่และรุมโทรมชาวโรฮิงญาระหว่างปราบปรามกลุ่มก่อความไม่สงบ ซึ่งอาจถือเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
ด้านกองทัพเมียนมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และยืนยันว่าเป็นปฏิบัติการตอบโต้ผู้ก่อความไม่สงบภายใต้กรอบกฎหมาย
ปัจจุบัน ชาวโรฮิงญากว่า 1 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ ยังคงไม่ได้รับการรับรองเป็นพลเมือง ไม่มีเสรีภาพในการเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน และไม่มีสิทธิเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของรัฐ เช่น การดูแลสุขภาพ


