จีนสั่งปิดโรงงานผลิตงาช้างแปรรูป และร้านค้าปลีกงาช้างราว 1 ใน 3 ของประเทศ ตั้งแต่วันนี้ (31 มี.ค.)
เอกสารจากกรมป่าไม้ของจีน ระบุว่า จีน ซึ่งเป็นประเทศนำเข้างาช้างและเป็นผู้ใช้ปลายทางรายใหญ่ของโลก เริ่มสั่งปิดโรงงานแกะสลักงาช้างจำนวน 67 แห่ง และบรรดาร้านค้าปลีกที่เกี่ยวข้องอีก 105 แห่งตั้งแต่วันนี้ ถือเป็นขั้นตอนแรกก่อนที่จะมีการสั่งห้ามค้าขายงาช้างอย่างเป็นทางการในสิ้นปีนี้
บรรดานักเคลื่อนไหวต่างชื่นชมการเคลื่อนไหวของจีนครั้งนี้ พร้อมเตือนว่า ฮ่องกง ที่อยู่ภายใต้การปกครองของจีน ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการขจัดปัญหาลักลอบค้างาช้าง เนื่องจากเป็นตลาดค้าปลีกงาช้างที่ใหญ่ที่สุดที่มีการค้าขายมายาวนานกว่า 150 ปี ทั้งยังเป็นประเทศทางผ่านรายหลักและศูนย์กลางการบริโภคที่ผู้บริโภคกว่า 90% มาจากจีนแผ่นดินใหญ่
ฮ่องกงเริ่มสั่งห้ามค้างาช้างเมื่อปีที่แล้ว โดยมีระยะผ่อนผัน 5 ปี ซึ่งบรรดาส.ส.ฮ่องกง ได้หารือกันในสัปดาห์นี้แล้ว แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจในรายละเอียด รวมถึงการลดระยะเวลาผ่อนผันลงขณะที่บรรดากลุ่มเึคลื่อนไหวด้านสิทธิสัตว์ มองว่า การผ่อนผัน 5 ปีถือว่านานเกินไป และปัญหาการค้างาช้างอาจบานปลาย ก่อนที่กฏหมายห้ามค้างาช้าจะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

