เปิดทางให้ ในอนาคตบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสามารถแบ่งปันข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตของลูกค้าแก่บุคคลที่สามได้ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งานอีกต่อไป
สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติเมื่อวานนี้ (29 มี.ค.) ให้เพิกถอนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในรัฐบาลชุดก่อน เปิดทางให้ ในอนาคตบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสามารถแบ่งปันข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตของลูกค้าแก่บุคคลที่สามได้ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งานอีกต่อไป สร้างความไม่พอใจให้แก่ฝ่ายที่วิตกกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวทางออนไลน์อย่างมาก
คาดว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามในคำสั่งยกเลิกกฎหมายดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้
กฎหมายนี้ ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเมื่อเดือนต.ค. ปีที่แล้ว ก่อนที่นายทรัมป์จะชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งแต่เดิมกฎหมายฉบับนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปีนี้ โดยกำหนดให้บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้าเสียก่อน จึงจะสามารถแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆให้แก่บุคคลที่สามได้ เช่น ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่แม่นยำ ข้อมูลด้านการเงิน สุขภาพ หมายเลขประกันสังคม และข้อมูลของเยาวชน รวมทั้งประวัติการเข้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ตลอดจนประวัติการสื่อสารต่าง ๆ
นอกจากนี้ บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยังต้องให้ลูกค้ามีสิทธิ์เลือกที่จะไม่แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ที่มีความละเอียดอ่อนน้อยกว่าได้ เช่น อีเมลแอดเดรส เป็นต้น
การเพิกถอนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ตครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของสหรัฐ อย่าง เวอไรซอน เอทีแอนด์ที และคอมแคสต์ที่อ้างว่า บริษัทถูกกฎหมายฉบับดังกล่าวควบคุมอย่างเข้มงวดมากเมื่อเที่ยบกับบริษัทอื่น ๆ อย่าง กูเกิล หรือเฟซบุ๊ค และมองว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น


