จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสถานะพลเมืองนิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 70% ในช่วงสามเดือนนับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ช่วง 12 สัปดาห์แรกนับจากวันเลือกตั้งมีการยื่นใบสมัครเป็นพลเมืองนิวซีแลนด์ 170 คน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ตัวเลขอยู่ที่ 100 คน แม้ตัวเลขโดยรวมจะยังค่อนข้างต่ำ แต่ความแตกแยกร้าวลึกจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ทำให้ชาวอเมริกันสนใจย้ายไปอยู่นิวซีแลนด์มากขึ้น
กระทรวงมหาดไทยนิวซีแลนด์ระบุว่า ช่วงสองวันหลังวันเลือกตั้ง จำนวนชาวอเมริกันเข้าชมเว็บไซต์กระทรวงเพื่อหาข้อมูลการเป็นพลเมืองนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้นจาก 305 ครั้งเป็น 4,146 ครั้งเมื่อเทียบกับสองวันเดียวกันนั้นในเดือนก่อนหน้า
นางสาวอิรานนา เออร์วิง ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพเทคโนโลยีวัย 33 ปี ซึ่งย้ายจากซานฟรานซิสโกมาอยู่นิวซีแลนด์เมื่อ 6 ปีก่อน เล่าว่า ประเทศนี้เหมาะสมแก่การอยู่อาศัยมาก มาแล้วจะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างในการจัดระเบียบสังคม และสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญ
นอกจากคนร่ำรวยจะสนใจอยากมาอยู่นิวซีแลนด์แล้ว นางซาราห์ คูมบ์ส-โครเม ที่ปรึกษาด้านการเข้าเมือง กล่าวว่า เว็บไซต์บริษัทของเธอก็มีคนมาเยี่ยมชมหนาแน่นเพิ่มขึ้นราว 600% ในวันที่ 9 พ.ย.หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้ง และยังคงมีคนเข้าชมสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างต่อเนื่อง พวกเขามาจากทั่วสารทิศของสหรัฐ ทั้งต้องการมาศึกษา ทำงาน หรือลงทุนในนิวซีแลนด์
ตามกฎหมายผู้ที่จะเป็นพลเมืองนิวซีแลนด์ต้องเป็นผู้ที่เกิดในประเทศ หรือมีผู้ปกครองเกิดในประเทศ หรืออาศัยอยู่ในนิวซีแลนด์เป็นเวลา 5 ปี ในหมู่ชาวอเมริกันที่มีผู้ปกครองเป็นชาวนิวซีแลนด์ หลังวันที่ 8 พ.ย. ยื่นขอสถานะพลเมืองเพิ่มเป็น 203 คน จาก 183 คนเมื่อปีก่อน


