สมเด็จพระจักรพรรดิและพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น ทรงรับฟังเรื่องโศกเศร้าของชาวเวียดนาม ลูกเมียทหารญี่ปุ่นที่ถูกทอดทิ้งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระชนมายุ 83 พรรษา และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงจับมือและปลอบใจภรรยาและลูกหลานทหารญี่ปุ่นหลายสิบคน พร้อมรับฟังเรื่องราวโศกเศร้าเมื่อครอบครัวต้องพลัดพราก และรับสั่งว่า ทรงเข้าพระทัยครอบครัวอดีตทหารญี่ปุ่นในเวียดนามที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก
นางเหงียน ทิ ซวน วัย 94 ปี อดีตเจ้าสาวยุคสงคราม ผู้ต้องเลี้ยงดูบุตรลูกครึ่งญี่ปุ่น 3 คน โดยไม่ยอมแต่งงานใหม่ กล่าวว่า เธอซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทั้งสองพระองค์ทรงใส่พระทัย สงครามไม่เคยนำอะไรมาให้ เธอต้องการสันติภาพสำหรับเวียดนามและญี่ปุ่น เช่นเดียวกับนายเจิ่นดึ๊ก ซุง ที่บิดาชาวญี่ปุ่นเป็นครูฝึกทหารเวียดนามในช่วงสงคราม กล่าวว่า ตนต้องการลืมความยากลำบากและการเลือกปฏิบัติที่ครอบครัวเคยเจอ สิ่งเดียวที่อยากได้คือให้รัฐบาลญี่ปุ่นยอมรับว่าตนคือพลเมืองญี่ปุ่น
สงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ พระราชบิดาของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน ญี่ปุ่นส่งทหารเข้ามาเวียดนามเมื่อปี 2483 ขณะนั้นเวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด ทหารหลายนายยังอยู่ในเวียดนามต่อไป โดยสมรสกับสตรีเวียดนาม และสร้างครอบครัวขณะช่วยโฮจิมินห์ ผู้นำปฏิวัติเรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศส แต่ประวัติศาสตร์ของสองประเทศไม่ค่อยบอกเล่าถึงส่วนนี้
นายฮัตสุฮิซา ทากาชิมะ โฆษกประจำพระองค์สมเด็จพระจักรพรรดิ เปิดเผยว่าต่อมาทหารญี่ปุ่นถูกสั่งให้ออกจากเวียดนามในปี 2497 และรัฐบาลเวียดนามสนับสนุนให้ทิ้งครอบครัวไว้ข้างหลัง อาจเป็นไปได้ว่า รัฐบาลเวียดนามเป็นห่วงคนของตนหากต้องไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่
เด็กลูกครึ่งญี่ปุ่น-เวียดนามที่ถูกทอดทิ้ง จึงต้องรับความเจ็บปวดขณะที่แม่ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงครอบครัว และถูกติฉินนินทาว่า มีสัมพันธ์กับอดีตกองกำลังผู้ยึดครอง

