ดาวโจนส์ปิดบวก ขณะนักลงทุนจับตา“ทรัมป์”แถลงสภาคองเกรสเช้าวันพุธเวลา 09.00 น.
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดปรับตัวขึ้น ในวันนี้ หลังจากดัชนีดาวโจนส์ทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกัน 11 วันทำการ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1992 ขณะที่นักลงทุนจับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐในช่วงเช้าวันพุธเวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่20,837.85 ปรับตัวขึ้น 16.09จุดหรือ 0.08% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น2.38 จุดหรือ 0.10% ปิดที่ 2,369.72 จุดและดัชนีแนสแด็กบวก 16.59 จุดหรือ 0.28% ปิดที่ 5,861.90 จุด
หุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคดิ่งลงนำตลาดวันนี้ ขณะที่หุ้นพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ร่วงลงมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก
นักวิเคราะห์คาดว่า ปธน.ทรัมป์จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลในการแถลงต่อสภาคองเกรส
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เขาจะประกาศแผนการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่า การกล่าวปราศรัยของปธน.ทรัมป์ต่อสภาคองเกรสในวันที่ 28 ก.พ.จะตรงกับช่วงเวลา 2-3 สัปดาห์ที่เขาได้สัญญาไว้
นอกจากมาตรการปฏิรูปภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และนิติบุคคลแล้ว ยังมีการคาดการณ์ว่าปธน.ทรัมป์จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าข้ามชายแดน, การยกเลิกกฎระเบียบในภาคอุตสาหกรรม และการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการสาธารณูปโภค รวมทั้งการใช้จ่ายงบประมาณด้านกลาโหมครั้งใหญ่ในวันดังกล่าวเช่นกัน
ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า จะปรับปรุงแสนยานุภาพในกองทัพสหรัฐ ทั้งในเชิงรุก และเชิงรับ ด้วยการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้กองทัพสหรัฐใหญ่ขึ้น และดีขึ้นกว่าก่อน





