ราคาน้ำมันปิดร่วง หลังสต็อกน้ำมันสหรัฐเพิ่มสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปรับตัวลงในวันนี้ หลังข้อมูลระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐยังคงเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะน้ำมันล้นตลาด แม้ว่ากลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันกำลังจับมือกันลดกำลังการผลิต
ทั้งนี้ ในการประชุมเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ปีที่แล้ว กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้บรรลุข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 32.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และจากนั้นในกลางเดือนธ.ค. ผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกได้ตกลงที่จะปรับลดกำลังการผลิตลง 558,000 บาร์เรลต่อวัน โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค.2560 และมีกำหนดเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดในกลางปีนี้
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนเม.ย. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 46 เซนต์ ปิดที่ 53.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวลง 59เซนต์ หรือ 1.04% ปิดที่ 55.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐยังคงปรับตัวขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 564,000 บาร์เรล สู่ระดับ 518.7 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่าต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาร์เรล
ทั้งนี้ สหรัฐกำลังเพิ่มการผลิตน้ำมัน ขานรับราคาที่ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่บริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะบ่อน้ำมันสหรัฐ รายงานว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันที่มีการใช้งานในสัปดาห์ที่แล้ว มีจำนวนเพิ่มขึ้น 6 แท่น สู่ระดับ 597 แท่น





