อดีตนายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ ของอังกฤษ เตรียมเผยภารกิจชักชวนประชาชนเปลี่ยนใจ หันมาต้านเบร็กซิท
อดีตนายกรัฐมนตรีเตรียมแสดงบทบาทสำคัญทางการเมืองนอกเวทีครั้งแรก นับตั้งแต่ลงประชามติเมื่อเดือน มิ.ย.2559 ด้วยการปราศรัยกับกลุ่มโอเพ่นบริเทน ซึี่งสนับสนุนอียูเรียกร้องให้ประชาชนต่อต้านการที่สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) ตามแคมเปญ “เบร็กซิท เป็นไงเป็นกัน” (Brexit At Any Cost)
นายแบลร์ให้เหตุผลว่า ประชาชนลงประชามติโดยไม่ทราบเงื่อนไขที่แท้จริงของเบร็กซิท ถึงวันนี้เงื่อนไขชัดเจนแล้ว พวกเขาจึงมีสิทธิจะเปลี่ยนใจ
อดีตนายกฯ อังกฤษ ซึี่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2540-2550 กล่าวว่า ในบรรดาความเสี่ยงจากเบร็กซิทนั้น ความแตกแยกภายในสหราชอาณาจักรอาจกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งหนึ่ง บรรยากาศขณะนี้เข้าทางกลุ่มชาตินิยมมาก
ทั้งนี้ เมื่อเดือน ก.ย.2557 สกอตแลนด์ลงประชามติอยู่กับสหราชอาณาจักรต่อไปด้วยคะแนนเสียง 55% ต่อ 45% แต่การลงประชามติปีก่อนชาวสกอตส่วนใหญ่ ลงความเห็นอยู่กับอียู จึงอาจเปิดช่องให้พรรคชาตนิยมสกอตซึ่งสนับสนุนอียู หาทางจัดลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชอีกครั้ง


