นโยบายแบนมุสลิม 7 ชาติของ "ทรัมป์" ส่งผลให้ยอดจองตั๋วไปสหรัฐลดลง 6.5% ระหว่างวันที่ 28 ม.ค.-4 ก.พ. ที่ผ่านมา
ข้อมูลจากฟอร์วอร์ดคีย์ส ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยด้านการท่องเที่ยว ระบุว่า นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ห้ามพลเมืองจาก 7 ชาติมุสลิมให้เดินทางเข้าสหรัฐ ซึ่งได้แก่ อิรัก ซีเรีย อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน และเยเมน ส่งผลให้ยอดการจองตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปยังสหรัฐนั้น ลดน้อยลงด้วย
รายงานของฟอร์วอร์ดคีย์ส ระบุว่า ยอดการจองตั๋วเครื่องบินเพื่อการเดินทางเข้าสู่สหรัฐอเมริกาในช่วงหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งแบนพลเมืองจาก 7 ชาติมุสลิมปรับตัวลดลง 6.5% ในระหว่างวันที่ 28 ม.ค.-4 ก.พ. ขณะที่ยอดจองจาก 7 ประเทศ ที่ถูกกีดกันและประเทศในยุโรปตะวันออก ร่วงลง 80% และ 13.6%
คำสั่งแบนพลเมืองทั้ง 7 ประเทศกำลังถูกต่อต้านและวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง โดยศาลสหรัฐได้ระงับคำสั่งของทรัมป์ในการแบนพลเมืองจาก 7 ชาติมุสลิม ขณะที่ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ ยืนยันว่า จะใช้ข้อกฎหมายเพื่อพลิกคำตัดสินของศาล โดยประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศว่า เขาจะไม่หันกลับมายกเลิกคำสั่งของเขาในการห้ามชาวมุสลิมจาก 7 ประเทศเข้าสหรัฐ และยืนยันว่าจะต่อสู้ทางกระบวนการทางกฎหมายจนถึงที่สุด




