เหตุปะทะยืดเยื้อระหว่างทหารเมียนมากับกลุ่มติดอาวุธทำให้มีผู้เสียชีวิตในเดือนนี้อย่างน้อย 11 คน
หนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมาของทางการ รายงานว่า พบศพตำรวจ 9 นายที่ถูกกลุ่มกบฏสังหารเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.แล้ว และมีพลเรือนอีก 2 คนเสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกัน ซึ่งนับตั้งแต่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นมีทหาร ตำรวจ กลุ่มติดอาวุธสนับสนุนรัฐบาล และพลเรือนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 30 คน
เหตุปะทะระหว่างทหารกับกลุ่มติดอาวุธถือเป็นอุปสรรคระลอกใหม่ ต่อความหวังสร้างสันติภาพในเมียนมา ของนางอองซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัย การสู้รบในรัฐกะฉิ่นและฉานทางภาคเหนือ และรัฐกะเหรี่ยงทางภาคใต้ บดบังความพยายามสร้างสันติภาพ และคาดว่าการหยุดยิงจะเกิดขึ้นได้คงต้องใช้เวลาอีกหลายปี
นักวิเคราะห์มองว่า ความไม่สงบล่าสุดในรัฐฉานส่อเค้าเป็นอันตรายต่อการเจรจาสันติภาพรอบสอง ที่นางอองซาน ซูจีจะจัดขึ้นในเดือน ก.พ.และยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้กองทัพที่ยังมีอำนาจอยู่มาก โดยกลุ่มติดอาวุธสามกลุ่มที่สู้รบในรัฐฉาน ทั้งกองทัพอาระกัน กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (ทีเอ็นแอลเอ) และกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (เอ็มเอ็นดีเอเอ) ไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเจรจาด้วย
ขณะเดียวกันที่รัฐยะไข่ทางภาคเหนือ กองทัพเมียนมาก็ปราบปรามชาวโรงฮิงญา ทำให้ประชาชนกว่า 20,000 คนต้องหนีตายไปบังกลาเทศ




