ชาวอิตาลีเตรียมใช้สิทธิลงประชามติ เพื่อเห็นชอบการปฏิรูปรัฐธรรมนูญวันอาทิตย์นี้ ซึ่งผลที่ได้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองของผู้นำ
ชาวอิตาลี จะออกไปใช้สิทธิลงประชามติ เพื่อเห็นชอบการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งผลที่ได้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองของนากยรัฐมนตรีมัตเตโอ เรนซี
อิตาลี ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มยูโรโซน และเป็นประเทศที่มีหนี้สินสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในกลุ่ม จัดให้มีการลงประชามติเกี่ยวกับการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ ผลการสำรวจล่าสุด บ่งชี้ว่า ชาวอิตาลีจะลงประชามติคัดค้านแผนการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะส่งผลให้นายเรนซี ต้องลาออกจากตำแหน่งตามคำสัญญาก่อนหน้านี้
ด้านนักลงทุน พากันวิตกกังวลว่า การลาออกของนายเรนซี จะยิ่งสร้างความยากลำบากในการแก้ไขปัญหาในภาคธนาคาร
เศรษฐกิจของอิตาลี ที่เคยขยายตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 2.1% ในคริสต์ทศวรรษ 1980 ลดลงเหลือเพียง 1.4% ในทศวรรษต่อมา และหลังจากเข้าร่วมกลุ่มยูโรโซน ในต้นทศวรรษ 2000 อัตราการขยายตัวทาง เศรษฐกิจกลับลดลงเหลือเพียง 0.6% อีกทั้งตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา เศรษฐกิจอิตาลีโดยเฉลี่ยหดตัว 0.5% มีอัตราการว่างงานสูงกว่า 12% โดยอัตราการว่างงานของวัยหนุ่มสาวสูงถึงกว่า 42% ถือว่าสูงเป็นอันดับต้นๆของยุโรป
นอกจากนี้ อิตาลี ยังมีปัญหาธนาคารพาณิชย์ที่ยังไม่สามารถแก้ไขโดยการเพิ่มทุนได้เพราะติดเงื่อนไขของยูโรโซน
นอกจากปัญหาเศรษฐกิจ ที่รุมเร้ามานานแล้ว อิตาลี ยังมีปัญหาคอร์รัปชั่นที่รุนแรง จนประชาชนเอือมระอากับระบบการเมืองและราชการที่บริหารประเทศอยู่เมื่อเกิดปรากฏการณ์เบร็กซิท บวกกับชัยชนะของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ยิ่งไปกระตุ้นให้กระแสชาตินิยมกระพือขึ้นทั่วยุโรป


