แอมเนสตี้เผย บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติ ใช้ส่วนผสมของน้ำมันปาล์มอินโดนีเซียที่ละเมิดสิทธิแรงงาน
รายงานฉบับใหม่ขององค์การนิรโทษกรรมสากล (แอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล) เก็บข้อมูลจากแรงงาน 120 คน ที่ทำงานในสวนปาล์มของวิลมาร์ อินเตอร์เนชันแนล บริษัทธุรกิจเกษตรในสิงคโปร์ และซัพพลายเออร์ของวิลมาร์อีก 3 รายบนเกาะสุมาตราและบอร์เนียว พบว่า สวนปาล์มอินโดนีเซียมีการละเมิดสิทธิแรงงานอย่างกว้างขวาง ทั้งการใช้แรงงานเด็กอายุ 8 ขวบให้ต้องทำงานหนัก บังคับใช้แรงงานผู้หญิงทำงานยาวนานหลายชั่วโมงแลกกับเงินเดือนอันน้อยนิด แรงงานที่ต้องเจ็บป่วยจากสารพาราเควท ซึ่งใช้ในยาฆ่าวัชพืชยังต้องเสี่ยงสูดดมควันจากไฟป่า และต้องทำงานนาน ๆ เพื่อให้ได้ผลงานตามเป้าที่ตั้งไว้สูงเกินไป
นางเมกนา อับราฮัม เจ้าหน้าที่สอบสวนอาวุโสของแอมเนสตี กล่าวว่า บริษัทข้ามชาติจำนวนมากแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นการเอารัดเอาเปรียบแรงงานในห่วงโซ่อุปทานของตน สินค้าแบรนด์ดังยังคงหากำไรจากการละเมิดแรงงานต่อไป ส่วนผู้บริโภคคิดว่าเลือกซื้อสินค้าจากบริษัทที่มีจรรยาบรรณ ที่อ้างว่าใช้น้ำมันปาล์มที่มีกระบวนการผลิตอันยั่งยืน แต่สิ่งที่แอมเนสตีพบจะทำให้พวกเขาตกใจ
แอมเนสตีระบุด้วยว่า น้ำมันปาล์มอินโดนีเซียจากสวนที่ละเมิดสิทธิแรงงาน เป็นของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก 9 แห่ง รวมทั้งเคลล็อกส์ คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ และยูนิลิเวอร์
น้ำมันปาล์มเป็นส่วนผสมสำคัญสำหรับสินค้าในชีวิตประจำวันหลายชนิด ตั้งแต่บิสกิตไปจนถึงแชมพูและเครื่องสำอาง ปัจจุบันจากความต้องการที่สูงยิ่งทำให้อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มในอินโดนีเซียเติบโตอย่างรวดเร็ว ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มอันดับหนึ่งของโลก


