ชาวเวนิสหลายสิบคนถือกระเป๋าเดินทางเปล่าและโบกธงสีแดงเหลืองประท้วงในเชิงสัญลักษณ์ถึงปัญหาที่ชาวเมืองลดลงอย่างรวดเร็ว แต่นักท่องเที่ยวเพิ่ม
กลุ่มผู้ประท้วงซึ่งรวมตัวกันบนสะพานริอัลโตชูป้ายเขียนข้อความว่า “ชาวเวนิสย้ายหนี” บางคนเขียนป้ายติดบนกระเป๋าเดินทางว่า “ไม่มีชาวเวนิสแล้ว อย่าเรียกฉันว่าเวนิสอีกต่อไป”
นายแอนเดรีย แคสเตลลี ชาวเมืองเวนิสแต่งกายด้วยเสื้อคลุมแดงประดับด้วยขนแมวน้ำพร้อมสวมหมวกผ้า เลียนแบบดยุคผู้นำสาธารณรัฐเวนิสในอดีต นำขบวนผู้ประท้วงที่แบกกระเป๋าเดินทางสีแดงขนาดยักษ์ทำด้วยกระดาษแข็ง บางคนก็ลากกระเป๋าเดินทางของตน จากนั้นนายแคสเตลลีจึงลงเรือกอนโดลาไป เป็นสัญลักษณ์ของการหนีออกจากเมือง
เขากล่าวว่า ชาวบ้านไม่ได้ประท้วงการท่องเที่ยว แต่ประท้วงนโยบายที่เมืองเวนิสใช้มาตลอดช่วง 40 ปีหลัง ทุกคนที่มาประท้วงเป็นชาวเวนิสและไม่อยากย้ายออกไปจากเมืองนี้ จึงขอให้ทางการเมืองเวนิสช่วยให้ชาวบ้านอยู่ได้ด้วย
ชาวเวนิสโอดครวญมานานแล้วเรื่องร้านอาหารและร้านค้าอื่น ๆ ฉ้อโกงมากขึ้น เนื่องจากเมืองเวนิสมุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวเวนิสถึงปีละประมาณกว่า 20 ล้านคน ขณะที่ชาวเมืองเวนิสแท้ ๆ ลดน้อยลงทุกที
ข้อมูลจากป้ายไฟหน้าร้านขายยาแห่งหนึ่งระบุว่าเมืองเวนิสเคยมีประชากร 174,808 คน ในปี 2494 แล้วลดเหลือ 60,704 คน ในเดือน มี.ค.2551 ปัจจุบันจำนวนประชากรอยู่ที่ 54,926 คน




