ยูเอ็น เผย ไอเอส ใช้พลเรือนนับหมื่นคนรอบเมืองโมซุลของอิรักเป็นโล่มนุษย์ และสังหารหลายร้อยคนที่ไม่เชื่อฟัง
นางราวินา แชมดาซานิ โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ใช้พลเรือนหลายหมื่นคนทั้งชาย หญิง และเด็กที่อาศัยอยู่รอบเมืองโมซุลเป็นโล่มนุษย์ และยังสังหารประชาชนอย่างน้อย 232 คนที่ปฏิเสธทำตามคำสั่ง
ขณะเดียวกันผู้ประสานงานการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในอิรักของสหประชาชาติ นางสาวลิซ แกรนด์ กล่าวว่า อิรักจะมีแนวโน้มเผชิญกับวิกฤติด้านมนุษยธรรมที่ซับซ้อน และเลวร้ายที่สุดในโลกในปีนี้ หลังข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งยูเอ็น (โอซีเอชเอ) ชี้ว่า พลเรือนกว่า 10,500 คนหนีออกจากบ้านตั้งแต่การโจมตีเมืองโมซุลเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา และอาจมีประชาชนอีกราว 200,000 คนหลบหนีเพิ่มเติมในอีกไม่กี่สัปดาห์หน้า
ยูเอ็นยังเตรียมจะสร้างค่ายผู้อพยพ 6 แห่งเพื่อรองรับพลเรือนราว 80,000 คน แต่การพลัดถิ่นของประชาชนนับล้านขณะที่มีเหตุโจมตี นับว่าเป็นเรื่องท้าทายสำหรับรัฐบาลอิรัก
ด้านนายพลโจเซฟ โวเทล แห่งกองทัพสหรัฐระบุว่า กองทัพสหรัฐและพันธมิตรได้สังหารนักรบไอเอสที่ปฏิบัติการโจมตีในเมืองโมซุลไปแล้วระหว่าง 800-900 คน และประมาณการว่า มีนักรบไอเอสจำนวน 3,000-5,000 คนยังยึดฐานที่มั่นใหญ่แห่งสุดท้ายในอิรัก และอีก 1,500-2,000 คนที่ประจำการอยู่นอกเมืองโมซุล

