ผู้นำฟิลิปปินส์“ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต”ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้ากวาดล้างยาเสพติดในประเทศ ท่ามกลางจำนวนศพที่ท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ
ช่วงเวลาไม่ถึง 3 เดือน นับแต่ที่ผู้นำวัย 71 ปี ของฟิลิปปินส์ “ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต” แถลงนโยบายครั้งแรกนับแต่เข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ด้วยการประกาศใช้มาตรการจำเป็นทุกอย่างกวาดล้างการค้ายาเสพติดในประเทศ แดนตากาล็อก ก็ต้องตกอยู่ในภาวะที่เรียกกันว่า “การทำสงครามยาเสพติด” และมีจำนวนผู้เสียชีวิตนับถึงวันนี้ (20 ก.ย.)พุ่งเกินกว่า 3,000 คนแล้ว
ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ แสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นมา ฟิลิปปินส์มีตัวเลขผู้เสียชีวิต ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายทำสงครามยาเสพติดของดูเตอร์เตแล้วถึง 3,295 ราย ในจำนวนนี้ เป็นคนร้ายที่ถูกตำรวจวิสามัญ จำนวน 1,167 คน และอีก 2,128 คนเสียชีวิตจากพฤติกรรมที่เรียกว่าศาลเตี้ย
ขณะที่คดีที่มีผู้เสียชีวิตแบบปริศนา แต่คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมีทั้งหมด 1,960 คดี และยังมีคดีที่อยู่ในชั้นสอบสวนอีก 1,651 คดี โดยมีคดีที่เข้าสู่กระบวนการตัดสินของศาลแล้ว 309 คดี ในจำนวนนี้ แบ่งเป็นคดีที่สิ้นสุดแล้ว 196 คดี และอีก 113 คดีนั้น ผู้ต้องหายังหลบหนีอยู่
ตัวเลขที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องที่หลายฝ่ายประหลาดใจนัก เมื่อพิจารณาจากถ้อยแถลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องของดูเตอร์เต ในการกวาดล้างยาเสพติด
เขาเคยกล่าวว่า จะมีการฆ่าล้างบางเพิ่มอีกในแผนปราบปรามยาเสพติดของเขา และไม่สนใจกลุ่มที่คอยจับผิด
นโยบายอันแข็งกร้าวของผู้นำฟิลิปปินส์ ได้รับเสียงขานรับด้วยดี จากเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้บังคับใช้กฎหมายคนสำคัญอย่างผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ “นายโรนัลด์ เดลา โรซา” ที่เคยสนับสนุนผู้ติดยาเสพติดหลายพันคนที่ยอมมอบตัวกับทางการ ให้สังหารพ่อค้ายาและเผาบ้านของพวกเขาทิ้งได้ทันที และบอกผู้ติดยาว่า หากพวกเขาไม่เสียชีวิตด้วยปืนตำรวจ ก็ต้องเสียชีวิตจากการเสพยา
แต่นโยบายที่เด็ดขาด และรุนแรงในการกวาดล้างยาเสพติดของผู้นำฟิลิปปินส์ เรียกเสียงวิจารณ์อย่างมากจากบรรดานักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ อย่าง สหประชาชาติ หรือยูเอ็น ที่เลขาธิการยูเอ็น “บัน คี มูน” ถึงกับออกมาประณามและแสดงความวิตกว่า การวิสามัญผู้ต้องสงสัยค้าและเสพยาเสพคิด รวมถึงท่าทีสนับสนุนตั้งศาลเตี้ย ของดูเตอร์เต เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิเสรีภาพพื้นฐาน
แต่เสียงวิจารณ์เหล่านี้ ก็บั่นทอนความมุ่งมั่นของดูเตอร์เตไม่ได้ โดยเขาได้ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือดต่อกระแสการโจมตีต่างๆ ที่หลั่งไหลเข้ามา ด้วยการบอกว่า คนที่วิจารณ์สงครามยาเสพติดของเขา หากยังมีสมอง ควรใช้แนวคิดสิทธิมนุษยชนอย่างถูกต้องเหมาะสมกับบริบท และขอให้เข้าใจขอบข่ายปัญหาในฟิลิปปินส์ ซึ่งมีผู้ติดยามากถึง 3.7 ล้านคน ซึ่งไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้โดยง่าย





