สัญญาน้ำมันดิบตลาดสหรัฐดิ่งลงจากแรงขายทำกำไร หลังราคาพุ่งขึ้นอย่างมาก จากข้อมูลสต็อกน้ำมันสหรัฐที่ลดลงมากเกิน ส่วนทองคำร่วง 5.30 ดอลลาร์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนต.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ปรับตัวลง 1.73 ดอลลาร์ปิดที่ 45.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนพ.ย.ปรับตัวลง 1.97 ดอลลาร์ ปิดที่ 48.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 5% เมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบร่วงลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวช่วยให้ตลาดคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด
ข้อมูลของอีไอเอสอดคล้องกับรายงานของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (เอพีไอ) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 12.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์ที่ได้รับการสำรวจโดยเอสแอนด์พี โกลบอล แพลทส์ ที่คาดการณ์ไว้ว่า สต็อกน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น 425,000 บาร์เรล
นักลงทุนจับตาการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในวันที่ 26-28 ก.ย.นี้ นอกรอบการประชุมพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ที่แอลจีเรีย โดยที่ประชุมจะหารือการตรึงกำลังการผลิต เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมัน
ส่วนราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวลงเป็นวันที่ 3 โดยได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนธ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเลกทรอนิกส์ ร่วงลง 5.30 ดอลลาร์ หรือ 0.6% สู่ระดับ 1,329.66 ดอลลาร์ต่อออนซ์





