ไทยและมาเลเซียจะหารือแผนสร้างกำแพงแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบค้ามนุษย์และสินค้าเถื่อนระหว่างนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเดินทางเยือนไทยในวันนี้
นายเสข วรรณเมธี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ในที่ประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงเวียงจันทน์ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเมื่อวันพฤหัสบดี (8 ก.ย.) ว่า การสร้างกำแพงบริเวณแนวชายแดนเป็นหนึ่งในประเด็นที่จะมีการหารือ ระหว่างการเยือนประเทศไทยของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคของมาเลเซีย แต่ไม่ใช่ประเด็นใหญ่สุดในการหารือครั้งนี้
นายกรัฐมนตรีนาจิบมีกำหนดพบปะกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยที่กรุงเทพมหานครในวันนี้ โดยจะเน้นเรื่องความร่วมมือด้านความมั่นคงและการลงทุน
ด้านรองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือกอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้าพลเอกยุทธนาม เพชรม่วงเปิดเผยว่า การสร้างกำแพงตามแนวเขตแดนไทย-มาเลเซีย ยังอยู่ในขั้นตอนบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยู
อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศของมาเลเซียยังไม่แสดงความเห็นเกี่ยวกับรายงานของรอยเตอร์
ขณะที่ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ หรือ “ดีพ เซาท์ วอทช์” นายศรีสมภพ จิตต์ภิรมย์ศรี บอกกับรอยเตอร์ว่า มี 2 ประเด็นที่กระตุ้นความสนใจของมาเลเซียและไทยที่จะสร้างกำแพงตามแนวชายแดน ประเด็นแรกคือหยุดการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย ทั้งน้ำมันเบนซิน ยาเสพติด หรือลักลอบค้ามนุษย์ และประเด็นที่ 2 คือกลุ่มก่อความไม่สงบที่กำลังปฏิบัติการในไทย มักข้ามชายแดนและใช้มาเลเซียเป็นที่หลบซ่อน
อย่างไรก็ดี นายศรีสมภพตั้งข้อสงสัยว่า กำแพงนี้จะช่วยลดอาชญากรรมได้มากน้อยเพียงใด และยังมีคงปัญหาด้านโลจิสติกส์มากมายที่ต้องจัดการก่อนสร้างกำแพง เพราะเป็นพื้นที่ที่ยาวมาก
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า การค้ามนุษย์ รวมทั้งการลักลอบขนยาเสพติดและอาวุธ เป็นส่วนหนึ่งของอาชญากรรมข้ามชาติที่เฟื่องฟูตามแนวเขตแดนร่วมไทย-มาเลเซีย ซึ่งมีความยาว 640 กิโลเมตร จนกระทั่งมีการปราบปรามอย่างหนักจากทางการไทยเมื่อปีที่แล้ว ทำให้เส้นทางการค้ามนุษย์ในภูมิภาคหยุดชะงัก


