วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โอบามา'เสริมเชื่อมั่นเอเชีย หนุนอนุมัติทีพีพี

"โอบามา"ย้ำชาติเอเชีย ข้อตกลงการค้า "ทีพีพี" ผ่านความเห็นชอบจากสภาสหรัฐแน่นอน "ประยุทธ์" หวังอาเซียนรวมตัวทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่สหรัฐ กล่าวว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ ได้หยิบยกประเด็นข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก (ทีพีพี) ขึ้นมากล่าวกับผู้นำเอเชีย ระหว่างการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาที่ลาว โดย โอบามา กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องโน้มน้าวให้เห็นข้อดีของทีพีพี เพราะประเทศต่างๆ เห็นว่าทีพีพีเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่พวกเขาจะทำเพื่อประเทศของตัวเอง

ผู้นำสหรัฐ กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่าสภาสหรัฐจะให้สัตยาบันข้อตกลงทีพีพีในที่สุด ก่อนที่เขาจะหมดวาระต้นปีหน้า

ทั้งนี้ ทีพีพีเป็นผลงานชิ้นสำคัญของโอบามาในยุทธศาสตร์หันมาให้ความสำคัญกับเอเชีย แต่แนวโน้มที่สภาสหรัฐจะอนุมัติข้อตกลงนี้ดูมืดมน ประกอบกับผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งนางฮิลลารี คลินตันจากพรรคเดโมแครต และนายโดนัลด์ ทรัมป์จากพรรครีพับลิกัน ล้วนคัดค้านทีพีพี

ทำเนียบขาว กล่าวว่า ยังมีโอกาสที่รัฐสภาจะอนุมัติข้อตกลงทีพีพี ก่อนที่นายโอบามาจะลงจากตำแหน่ง พร้อมเตือนว่า หากสหรัฐล้มเหลวที่จะอนุมัติข้อตกลงการค้าฉบับนี้ ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อภาวะความเป็นผู้นำของสหรัฐในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และจะทำให้จีนกำหนดเงื่อนไขในการค้าโลกได้มากขึ้น

สหรัฐเพิ่มช่วยเหลือลาวเคลียร์ระเบิด

ระหว่างการเยือนลาวของประธานาธิบดีโอบามา สหรัฐประกาศว่าจะให้เงินเพิ่มเติม 90 ล้านดอลลาร์ในช่วง 3 ปีหน้า เพื่อช่วยเหลือลาว เคลียร์กับระเบิดที่ยังไม่ระเบิดตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม โดยข้อมูลของหน่วยงานด้านกับระเบิดที่ยังไม่ระเบิดของลาวระบุว่าช่วงปี 2507-2516 เครื่องบินรบสหรัฐทิ้งระเบิดลูกปรายกว่า 270 ล้านลูกใส่ลาว และ 1 ใน 3 ยังไม่ระเบิด

โอบามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่เดินทางเยือนลาวขณะอยู่ในตำแหน่ง

อาเซียนไม่แตะคำตัดสินทะเลจีนใต้

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ร่างแถลงการณ์ของผู้นำอาเซียน มีประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับทะเลจีนใต้ รวมถึงการใช้ฮอตไลน์สายด่วนและกฎระเบียบระหว่างสมาชิกอาเซียนกับจีน เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าทางทหาร แต่ไม่ได้เอ่ยถึงคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการถาวรเมื่อเดือนก.ค. ที่ระบุว่า จีนไม่มีสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ตามที่จีนเคยอ้างกรรมสิทธิ์ถึง 80% ของพื้นที่

การตัดสินใจไม่เอ่ยถึงคำตัดสินดังกล่าว ถือเป็นชัยชนะทางการทูตสำหรับจีน หลังจากที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเมื่อเดือนก.ค. ไม่ยอมรับข้อเสนอของสหรัฐให้รวมคำตัดสินดังกล่าวไว้ในแถลงการณ์ด้วย

ทั้งนี้ จีนไม่ได้อยู่ในอาเซียน แต่ผู้นำจีน สหรัฐ และมหาอำนาจอื่นๆ ในภูมิภาคได้เข้าร่วมการประชุมระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาด้วย

“นายกฯ”หารือผู้แทนไทย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบหารือกับผู้แทนไทยในสมัชชารัฐสภาอาเซียน ผู้แทนเยาวชนอาเซียน และสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนประกอบด้วย ผู้แทนจากสมัชชารัฐสภาอาเซียน ได้แก่ ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนสภานิติบัญญัติแห่งชาตินางสาวศิรวศา เทศถมทรัพย์ และนายสฤษฎิ์พล สตะเวทิน ผู้แทนเยาวชนอาเซียน ได้แก่ นายโชติ จินดารัตนชนกิจ และ นางสาวนุชนาถ จันทราวุฒิการ ผู้แทนสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ได้แก่ นายอรินทร์ จิรา รองเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายไพรัช บูรพชัยศรี กรรมการเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย

ภายหลังการหารือ พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีชื่นชมแนวการทำงานของสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC) ที่ร่วมมือกันทำงานเป็นเครือข่ายกับสภาธุรกิจต่างๆ เพื่อเสนอแนวทางที่ดีให้กับอาเซียน

ทั้งนี้หลังปี 2015 อาเซียนมุ่งหวังที่จะรวมตัวทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เน้นการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและพลังงานสีเขียว ลดช่องว่างด้านการพัฒนา ความโปร่งใส และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ซึ่งได้นำข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนมาพิจารณารวมไว้ด้วยแล้ว

นายกรัฐมนตรีต้องการให้สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนสร้างเครือข่ายทางการค้าการลงทุนเพื่อให้ทุกประเทศเดินหน้าไปด้วยกัน โดยรัฐบาลสนับสนุนให้ภาคเอกชน ใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ จากเออีซีอย่างเต็มที่ ทั้งระบบการอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ศุลกากร ขนส่ง คลังข้อมูลทางการค้า และสิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี และขอให้ภาคธุรกิจมั่นใจว่ารัฐบาลไทยจะยังคงให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกทางการค้าการลงทุนและการประกอบธุรกิจของภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นกำลังหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและภูมิภาคต่อไป

“ดอน”ลงนามพิธีสาร

ส่วนนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 14 การประชุม และการประชุมสุดยอดแม่โขง-ญี่ปุ่น ซึ่งการประชุมเหล่านี้มีผู้นำประเทศจากทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียนรวมทั้งสิ้น 18 ประเทศเข้าร่วม ซึ่งมีขนาดจีดีพีรวมกันคิดเป็น55% ของจีดีพีโลก

นายดอนได้เข้าร่วมพิธีลงนามในสารขยายจำนวนภาคีในสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) เพื่อรับรองการเข้าร่วมเป็นอัครภาคีอย่างเป็นทางการ ในสนธิสัญญาดังกล่าวโดย 3 ประเทศ ได้แก่ “โมร็อกโก อียิปต์ และชิลี” เป็นการต่อยอดจากแถลงการณ์อาเซียนในโอกาสครบรอบ 40 ปีของสนธิสัญญา ที่ไทยเป็นผู้เสนอในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 49 เมื่อเดือน ก.ค.2559

ทั้งนี้ นายดอน ยังเป็นหัวหน้าผู้แทนไทยร่วมประชุมคณะมนตรีประชาคมการเมืองและความมั่นคง ครั้งที่ 14 โดยย้ำถึงความสำคัญของการทำให้ “ทะเลจีนใต้เป็นทะเลแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืน”