"นายกฯญี่ปุ่น" ชี้ความเสี่ยงขาลงต่อแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมีมากขึ้น แนะเร่งรับมือ "ประยุทธ์" ย้ำทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันมากขึ้น
นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะแห่งญี่ปุ่น กล่าวในการประชุมสุดยอดจี 20 ณ นครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าความเสี่ยงขาลงต่อแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลก มีมากขึ้น และกลุ่มจี 20 ต้องรับมือกับสถานการณ์นี้ด้วยความเร่งด่วน
คาดว่าแถลงการณ์ของกลุ่มจี 20 จะระบุว่าควรใช้มาตรการทุกอย่างด้านนโยบาย รวมถึงมาตรการการเงิน การคลัง และการปฏิรูปโครงสร้าง เพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
นอกจากนั้น นายอาเบะ ยังกล่าวว่า ประเด็นศักยภาพการผลิตที่ล้นเกินในภาคเหล็กกล้า ควรแก้ไขด้วยการเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างอิงกลไกตลาด ขณะที่นักการทูตยุโรปเผยว่าจี 20 จะจัดประชุมเพื่อแก้ปัญหาศักยภาพการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ล้นเกินในโลก
โดยในแถลงการณ์นั้นได้ระบุว่ามาตรการอย่างการให้เงินอุดหนุน เป็นรากเหง้าของการบิดเบือนในตลาด ดังนั้นจึงจะจัดประชุมและตั้งกลุ่มเพื่อติดตามกระบวนการลดศักยภาพการผลิตที่ล้นเกิน
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมเหล็กของจีนเผชิญซัพพลายที่ล้นเกินอย่างมาก ขณะที่ความต้องการใช้เหล็กในจีนลดฮวบลงเพราะเศรษฐกิจชะลอตัว และบริษัทจีนก็ขาดทุนผลจากราคาเหล็กตกต่ำ ทำให้จีนรับปากว่าจะลดศักยภาพการผลิต
นายอาเบะ ยังเตือนเกี่ยวกับผลกระทบของ“เบร็กซิท” ด้วยการระบุว่า บริษัทญี่ปุ่นอย่างโตโยต้า ฮิตาชิ และโนมูระ กำลังประเมินการลงทุนในอังกฤษ และอาจย้ายสำนักงานใหญ่ออกจากอังกฤษไปยุโรป หากไม่สามารถเข้าถึงตลาดเดียวได้
ทั้งนี้ บริษัทญี่ปุ่นกว่าพันแห่งทำธุรกิจในอังกฤษ และจ้างงานคนท้องถิ่น 140,000 คน ทั้งยังลงทุนโดยตรงในอังกฤษ 10 ล้านล้านเยน
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการประชุมผู้นำกลุ่ม 20 เรื่อง การพัฒนาที่มีความเชื่อมโยงและครอบคลุม (Inclusive and interconnected Development) ว่า ในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและเผชิญกับความท้าทายในหลากมิติ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันมากขึ้นโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยการผนึกกำลังสร้างความร่วมมือรูปแบบใหม่เพื่อเป็น “ยานยนต์แห่งศตวรรษที่ 21” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกสู่แนวทางการพัฒนาใหม่ (New Path of Growth)
พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาที่มีความเชื่อมโยงและครอบคลุมมี 3 ส่วน ได้แก่ การเป็นหุ้นส่วนระดับโลก การสร้างความเชื่อมโยง และการให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาที่เหมาะกับบริบทของแต่ละประเทศ
โดยการเป็นหุ้นส่วนระดับโลกจะเป็นประตูสู่โอกาสให้จี20 ช่วยจี77 ในลักษณะเครื่องนำทางทำให้การพัฒนาจี77 และการบรรลุวาระ 2030 ของโลกเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมจีนและกลุ่ม 20 ที่ให้ความสำคัญกับวาระการพัฒนา และการร่วมมือกับประเทศกำลังพัฒนาโดยเชิญไทยในฐานะประธาน จี77 เข้าร่วมการหารือ รวมถึงจัดทำแผนปฏิบัติการกลุ่ม 20 ว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมภาคการเกษตร ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศกำลังพัฒนา และเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการของโลก โดยกลุ่ม 77 สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม และสนับสนุนให้จี20 ส่งเสริมการใช้หลักการธุรกิจที่ครอบคลุมในภาคการเกษตร เพื่อช่วยเกษตรกรรายย่อยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่าโลก และได้ประโยชน์ในฐานะผู้บริโภคไปพร้อมกัน
ด้านการสร้างความเชื่อมโยง นายกรัฐมนตรีได้ชื่นชมความพยายามของจี20 ในการลดช่องว่างของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านการรับรองข้อริเริ่ม “พันธมิตรว่าด้วยความเชื่อมโยงทางโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก” ในปีนี้ และการจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (AIIB) และข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ของจีน พร้อมย้ำความสำคัญของการเชื่อมโยงระหว่างประชาชนโดยการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์การไปมาหาสู่และการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเครือข่ายถนน ทางรถไฟ ท่าเรือ และเที่ยวบินให้มากขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ต้องให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาที่เหมาะกับบริบทของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นการสร้างเอกภาพบนความแตกต่าง ด้วยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างกัน สำหรับไทย ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ที่เน้นการพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และตั้งแต่ไทยรับตำแหน่งประธานจี77 เมื่อต้นปี ได้ดำเนินอย่างต่อเนื่อง
ทั้งผ่านความร่วมมือ ทวิภาคี ไตรภาคีกับจี20 อาทิ เยอรมนี และร่วมเป็นหุ้นส่วนการพัฒนากับสมาชิกจี20 ในกรอบอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่าง ๆ อาทิ จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ไทยพร้อมร่วมมือกับสมาชิกจี20 ที่สนใจเพื่อขยายความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ต่อไป


