ชาวเวเนซุเอลาราว 1 ล้านคนร่วมเดินขบวนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีเพื่อเรียกร้องให้จัดประชามติขับไล่ประธานาธิบดีพ้นตำแหน่ง
ฝูงชนภายใต้การนำของพรรคฝ่ายค้านเดินขบวนเต็มท้องถนนในกรุงคารากัส เมืองหลวงเพื่อขับไล่ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ด้วยความโกรธแค้นต่อปัญหาเศรษฐกิจถดถอย เงินเฟ้อ และการขาดแคลนอาหาร ยา สินค้าจำเป็น โดยแกนนำคาดว่า มีผู้ร่วมเดินขบวนราว 950,000 - 1.1 ล้านคน
การชุมนุมเริ่มด้วยความสงบ แต่ช่วงบ่ายเกิดเหตุปะทะรุนแรงโดยผู้ประท้วงบางคนขว้างระเบิดขวดใส่ตำรวจขณะพยายามปิดกั้นถนน ทำให้เจ้าหน้าที่ใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลาย และแกนนำผู้ประท้วงประกาศจะจัดการชุมนุมที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทั่่วประเทศในวันที่ 7 ก.ย.และการชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศนในวันที่ 14 ก.ย.
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีเวเนฯเปรียบเทียบว่าการชุมนุมยึดกรุงคารากัสครั้งนี้เป็นเหมือนการก่อรัฐประหารพรรคฝ่ายค้านจัดการชุมนุมเพื่อหวังกดดันให้คณะกรรมการการเลือกตั้งอนุญาตให้พวกเขาจัดระดมรายชื่อผู้นับสนุนการจัดประชามติให้ได้ถึง 4 ล้านคนภายใน 3 วัน ซึ่งจึงจะทำให้สามารถจัดประชามติเพื่อออกเสียงว่าอยากให้ประธานาธิบดีอยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือไม่
ผลสำรวจของสำนักหนึ่งระบุว่า ผู้มีสิทธิออกเสียง 64% จะออกเสียงให้เขาพ้นจากตำแหน่ง และผลสำรวจอีกแห่งระบุว่า ผู้ตอบคำถาม 80% อยากเปลี่ยนรัฐบาลใหม่





