ข้อมูลรัฐบาลสหรัฐเผยตัวเลขขาดดุลการค้าเดือน มิ.ย. เพิ่มกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากการนำเข้าสูงขึ้นและช่องว่างการค้ากับจีนยังห่างออกไปเรื่อยๆ
การขาดดุลการค้าของสหรัฐกับทั่วโลกสูงขึ้น 8.7% ในเดือน มิ.ย. มาอยู่ที่ 44,500 ล้านดอลลาร์ (1.56 ล้านล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 3.9%
ตัวเลขดังกล่าวยังเท่ากับว่า การขาดดุลการค้าของสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ซึ่งสิ่งนี้มีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ และเปิดทางให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ใช้เป็นข้อสนับสนุนนโยบายเชิงปกป้องเศรษฐกิจของประเทศ
ยอดขาดดุลการค้านี้ยังสูงที่สุดตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2558 เนื่องจากการนำเข้าเพิ่มขึ้น 1.9% มาอยู่ที่ 227,700 ล้านดอลลาร์ (7.99 ล้านล้านบาท) ขณะนี่การส่งออกของสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 0.3% มาอยู่ที่ 183,200 ล้านดอลลาร์ (6.43 ล้านล้านบาท) ส่วนการนำเข้าอุปกรณ์อุตสาหกรรม สินค้าผู้บริโภค และสินค้าทุน ต่างเพิ่มขึ้นในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ การนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ก็เพิ่มขึ้นเกือบ 20% มาอยู่ที่ 13,300 ล้านดอลลาร์ (446,502 ล้านบาท) จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ยอดขายผลิตภัณฑ์สหรัฐในต่างประเทศกลับซบเซา เนื่องจากการส่งออกรถยนต์ลดลง 4% มาอยู่ที่ 12,200 ล้านดอลลาร์ (427,920 ล้านบาท)
ส่วนการค้าทวิภาคีนั้น ยอดขาดดุลของสหรัฐกับจีนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มาอยู่ที่ 29,800 ล้านดอลลาร์ (1.05 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นจุดสูงสุดตั้งแต่เดือน พ.ย. ปีที่แล้ว โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐหลายคนต่างกล่าวโทษจีนจากการปรับลดค่าเงินหยวน และใช้วิธีการต่างๆ ในการเพิ่มการส่งออกที่เป็นผลเสียต่อสหรัฐ
ด้านยอดขาดดุลของสหรัฐกับสหภาพยุโรป (อียู) ลดลง 4.4% มาอยู่ที่ 12,800 ล้านดอลลาร์ (448,965 ล้านบาท) โดยทั้ง 2 ฝ่ายต่างกำลังเจรจากันยากยากลำบากในการทำข้อตกลงการค้าขนาดใหญ่
การค้าของสหรัฐกับแคนาดานั้น มียอดขาดดุลต่ำที่สุดที่ 299 ล้านดอลลาร์ (8,032 ล้านบาท) เท่านั้น





