รัฐบาลเมียนมาภายใต้การนำของนางอองซาน ซูจี ทำงานครบ 100 วันเมื่อ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่เจอเสียงวิจารณ์ว่ายังไม่เห็นผลงาน
ดร.ขิ่น ซอ วิน ผู้อำนวยการสถาบัน ทัมปาดิพา ระบุว่า เป็นเวลา 7 เดือนแล้วนับตั้งแต่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางอองซาน ซูจี ชนะการเลือกตั้งและประชาชนต้องการเห็นผลงาน แต่เธอบริหารรัฐบาลเหมือนบริหารพรรค ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ในเกณฑ์ของเมียนมาร์แล้ว 40 คะแนนถือว่า ผ่าน แต่สำหรับซูจีแล้ว เขาให้แค่ 45 เพราะไม่อยากให้เธอสอบตก
นอกจากนี้ ขิ่น หม่อง ซอ นักวิเคราะห์การเมือง บอกว่า ช่วง 100 วันแรกเป็นเวลาสำคัญที่รัฐบาลจะสร้างความประทับใจแก่ประชาชนว่ารัฐบาลจะสามารถบริหารประเทศไปอีก 5 ปีข้างหน้าอย่างไร แต่เขามองว่ารัฐบาลพลาดโอกาสทองไปแล้ว ขณะเดียวกัน โรเบิร์ต เทย์เลอร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเมียนมา บอกว่า รัฐบาลมีการแต่งตั้งตำแหน่งฝ่ายบริหาร
และการเมืองมากมาย แต่ในแง่กำหนดนโยบาย ยังไม่เห็นมีอะไรมากนัก รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการหลายชุดเพื่อรับผิดชอบหลายปัญหา แต่ยังไม่เห็นผลรูปธรรม และตอนนี้ยังอยู่ในขั้นแค่หารือจัดทำพิมพ์เขียวนโยบายเศรษฐกิจ และเตรียมจัดการประชุมปางโหลง ครั้งที่ 2 ที่จะเชิญองค์กรการเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มเข้าร่วมหาทางสร้างความปรองดองและสันติภาพในชาติ
แต่ฮันซ์-เบิร์นด์-โซลเนอร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเมียนมา แย้งว่า รัฐบาลไม่ได้ทำงานล่าช้าเมื่อเทียบกับภารกิจใหญ่หลวงที่รออยู่ข้างหน้า พวกเขากำลังพยายามอยู่ แต่ประชาชนตั้งความคาดหวังสูงมากเหมือนต้องการสร้างชาติขึ้นมาใหม่ ดังนั้นระยะเวลา 100 วันยังสั้นเกินไปสำหรับภารกิจใหญ่หลวง
ส่วน เย นาย โม นักสื่อสารมวลชนคนสำคัญของเมียนมา บอกว่า ควรให้เวลาซูจี 1,000 วัน ไม่ใช่ 100 วันเนื่องจากประเทศเผชิญปัญหามากมายที่สั่งสมมานานเกือบครึ่งศตวรรษภายใต้การกดขี่ของกองทัพ ขณะที่เป มินต์ รัฐมนตรีข่าวสาร อ้างว่า รัฐบาลมีความคืบหน้าในการสร้างความปรองดองระหว่างพลเรือนและกองทัพ และระหว่างชาวพม่าและชนกลุ่มน้อย




