เกิดเหตุระเบิดพลีชีพถล่ม 3 เมืองในซาอุดีอาระเบียด้านผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าเป็นการประสานงานร่วมกันโจมตีช่วงใกล้ยุติถือศีลอด
เกิดเหตุระเบิดพลีชีพถล่ม 3 เมืองในซาอุดีอาระเบียเมื่อวานนี้ สถานการณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เป็นการประสานงานร่วมกันโจมตี ในช่วงเวลาที่ชาวซาอุดีอาระเบียเตรียมที่จะยุติการถือศีลอด ในช่วงเดือนรอมฎอน
เหตุระเบิดพลีชีพ ที่มีเป้าหมายการโจมตีอยู่ที่นักการทูตสหรัฐในเจดดาห์ ศาสนสถานของชาวชีอะต์ในเมืองคาติฟ และสำนักงานใหญ่ด้านการรักษาความปลอดภัย ใกล้่มัสยิดแห่งพระศาสดา ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สุดอันดับ 2 ของชาวอิสลาม ในเมืองเมดินา เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังเกิดเหตุการณ์สังหารผู้คนจำนวนมาก ที่กลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ออกมาอ้างความรับผิดชอบ ในตุรกี บังกลาเทศ และอิรัก
สถานีโทรทัศน์อัล อาราบิยา ของทางการซาอุดีอาระเบีย รายงานว่า ยอดผู้เสีียชีวิต จากเหตุระเบิดพลีชีพที่เมืองเมดินา รวมถึง มือระเบิดที่ก่อเหตุ 3 ราย และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอีก 2 นาย
ส่วนที่เมืองคาติฟ ทางตะวันออกของประเทศ ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวอิสลามนิกายชีอะต์นั้น มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า จะเป็นผู้ที่ก่อเหตุโจมตี เพราะช่วงเวลาที่เกิดระเบิดนั้น บรรดาผู้ที่เดินทางมาเข้าร่วมการปฏิบัติศาสนกิจ ได้กลับบ้านไปหมดแล้ว
ขณะการโจมตีที่เมืองเจดดาห์ ใกล้กับสถานกงศุลสหรัฐ ที่มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย และมือระเบิดพลีชีพเสียชีวิตนั้น ถือเป็นการโจมตีครั้งแรกในรอบหลายปี ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ชาวต่างชาติในซาอุดีอาระเบีย
อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีบุคคล หรือกลุ่มใด ออกมาอ้างความรับผิดชอบในการโจมตีที่เกิดขึ้น





