บรรดานักการเมืองแถวหน้าของสหราชอาณาจักรทั้งฝ่ายหนุนและคัดค้านการอยู่กับอียู เดินทางไปใช้สิทธิ์ลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์
นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนของอังกฤษหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลอังกฤษและแกนนำฝ่าย “รีเมน” ที่สนับสนุนให้สหราชอาณาจักรอยู่ในอียูต่อไปไปลงเสียงพร้อมกับนางซาแมนธา สตรีหมายเลข 1 ที่คูหาใจกลางกรุงลอนดอน
ด้านนางนิโคลา สเตอร์เจียน นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์เดินทางไปลงเสียงที่กรุงกลาสโกว์ของสกอตแลนด์พร้อมกับนายปีเตอร์ เมอร์เรล ผู้เป็นสามี ซึ่งเธอก็เป็นอีกคนที่สนับสนุนให้สหราชอาณาจักรอยู่ในอียูต่อไปเช่นกัน
นางสเตอร์เจียนเตือนว่า หากชาวอังกฤษลงมติให้ออกจากอียู แต่ชาวสกอตแลนด์ที่มีแนวโน้มสูงมากที่จะลงมติให้อยู่ต่อ ก็มีความเป็นไปได้ว่าสกอตแลนด์จะจัดการลงประชามติเรื่องแยกตัวจากสหราชอาณาจักรเป็นครั้งที่ 2 หลังจากจัดไปเมื่อเดือนกันยายน 2557 ครั้งนั้นเสียงผู้ไม่เห็นด้วยกับการแยกตัวชนะเสียงผู้เห็นด้วย 55% ต่อ 45%
ขณะที่นายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าฝ่ายค้านหัวหน้าพรรคแรงงานก็ไปลงเสียงที่คูหาในกรุงลอนดอนเช่นกัน โดยเขาเรียกร้องมาตลอดให้กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคโหวตให้ประเทศอยู่กับอียูต่อไป
ส่วนแกนนำฝ่าย “ลีฟ” ซึ่งสนับสนุนการออกจากอียู อย่างนายไนเจล ฟาราจ หัวหน้าพรรคเอกราชสหราชอาณาจักร หรือยูคิป ก็เดินทางไปใช้สิทธิ์แล้ว เช่นเดียวกับนายไมเคิล โกฟ รัฐมนตรียุติธรรมจากพรรคอนุรักษ์นิยมที่ประกาศจุดยืนเห็นต่างกับนายคาเมรอนอย่างเปิดเผยก็ไปใช้สิทธิ์พร้อมกับภรรยา
ทั้งนี้ คูหาลงประชามติมีทั้งหมด 382 แห่ง เปิดตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น.วันนี้ตามเวลาอังกฤษ ช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง คาดว่าจะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการได้ราวเวลา 02.00-04.00 น.วันศุกร์ตามเวลาอังกฤษ




