ผลศึกษาล่าสุดชี้ว่า ในปี 2558มีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์
รายงานสถานะพลังงานหมุนเวียนโลกโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน "อาร์อีเอ็น 21" ระบุว่า การลงทุนด้านพลังงานทดแทนทั่วโลกเมื่อปี 2558 สูงถึง 286,000 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้การลงทุนของจีนคิดเป็นกว่า 1 ใน 3 โดยจีน สหรัฐ ญี่ปุ่น อังกฤษ และอินเดีย เป็นประเทศที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มมากที่สุด แม้ว่าราคาพลังงานฟอสซิลจะลดลงอย่างมาก แต่ต้นทุนพลังงานทดแทนก็ลดลงด้วย
อย่างไรก็ตาม หากวัดจากผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ประเทศที่ลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่สุดกลับเป็นประเทศเล็ก ๆ อย่าง มอริเตเนีย ฮอนดูรัส อุรุกวัย และจาไมกา
นอกจากนี้ การลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในปี 2558 ยังสูงกว่าการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซกว่าสองเท่า และถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศตลาดเกิดใหม่ลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนมากกว่าประเทศร่ำรวย ปัจจุบันมีคนทำงานในภาคพลังงานหมุนเวียนกว่า 8 ล้านคนทั่วโลก
รายงานระบุด้วยว่า เมื่อปี 2558 มีพลังงานเพิ่มเข้ามาในระบบ 147 กิกะวัตต์ เทียบเท่ากับกำลังการผลิตพลังงานจากทุกแหล่งของแอฟริกา
"คริสติน ลินส์" เลขานุการกลุ่ม "อาร์อีเอ็น 21" กล่าวว่า พลังงานที่ได้ใหม่ 147 กิกะวัตต์ ส่วนใหญ่มาจากลมและแสงอาทิตย์ จึงเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าเทคโนโลยีเหล่านี้มีต้นทุนที่แข่งขันได้กับพลังงานฟอสซิล หลายประเทศและนักลงทุนน่าจะพึงพอใจมากขึ้น ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีมาก





