"ซี-วอทช์" เปิดเผยว่า เด็กผู้อพยพที่ต้องจมน้ำเสียชีวิตแล้วเจ้าหน้าที่นำร่างขึ้นมาออกมาเผยแพร่นั้น เป็นผลจากนโยบายต่างประเทศของอียู
โฆษกหน่วยงานด้านมนุษยธรรม "ซี-วอทช์" เปิดเผยว่า เด็กผู้อพยพที่ต้องจมน้ำเสียชีวิตแล้วเจ้าหน้าที่นำร่างขึ้นมาได้ตามที่ซี-วอทช์ นำภาพออกมาเผยแพร่นั้น เป็นผลจากนโยบายต่างประเทศว่าด้วยผู้อพยพของสหภาพยุโรป หรืออียู
ภาพถ่ายสะเทือนใจล่าสุดเป็นภาพร่างไร้วิญญาณของทารกน้อยอายุไม่ถึงหนึ่งขวบ อยู่ในอ้อมแขนเจ้าหน้าที่ของซี-วอทช์ผู้นำร่างหนูน้อยขึ้นมาจากทะเลเมื่อวันศุกร์ (27 พ.ค.) หลังจากเรือไม้ที่เขาอาศัยมาล่มลง เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตผู้อพยพไว้ได้ 135 คน พบศพผู้เสียชีวิต 45 คน ภาพนี้ทำให้โลกหวนคำนึงถึงภาพเด็กชายอัยลาน วัย 3 ขวบ ชาวซีเรีย ที่นอนไร้ลมหายใจอยู่บนชายฝั่งตุรกีเมื่อปีก่อน กับข้อเท็จจริงที่ว่า ตั้งแต่ต้นปี 2557 เป็นต้นมา มีประชาชนเสียชีวิตกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมากกว่า 8,000 คน
นายรูเบน นูเกเบอร์ โฆษกหน่วยงานมนุษยธรรมซี-วอทช์ กล่าวว่า โดยปกติไม่ค่อยจะมีการเผยแพร่ภาพแบบนี้ แต่นี่เป็นกรณีพิเศษที่ซี-วอทช์ต้องการสื่อภาพนี้ออกให้เห็นถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ ภาพนี้อาจจะส่งผลเช่นเดียวกับภาพเด็กชายอัยลาน เขาหวังว่าอย่างน้อยจะช่วยให้บางคนเข้าใจถึงสถานการณ์ผู้อพยพ ว่าเป็นหน้าที่ของชาวยุโรปที่ต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้
นายนูเกเบอร์อธิบายว่า หากชาวยุโรปในฐานะประชาคมเดียวกันไม่ต้องการเห็นภาพเช่นนี้ ก็ต้องหยุดยั้งไม่ให้เหตุการณ์เกิดซ้ำอีก การอพยพข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนก็คือการนำชีวิตไปทิ้ง อียูใช้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นหลุมฝังศพ เรือที่เต็มไปด้วยซากศพถูกใช้ข่มขวัญคนที่ยังมีชีวิตอยู่ที่อาจจะต้องการอพยพตามมา

