นักวิจัยในสหรัฐกำลังพัฒนาอุปกรณ์ตรวจโรคมาลาเรียผ่านลมหายใจ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนถูกกว่าการทดสอบด้วยเลือด
ดร.ออเดรย์ โอดอม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชากุมารเวชศาสตร์และชีวโมเลกุลของมหาวิทยาลัยวอชิงตันในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี เปิดเผยว่า อุปกรณ์ทดสอบแบบใหม่นี้ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนพัฒนาทำงานเหมือนกับเครื่องเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์ที่ใช้กับผู้ขับขี่ยานพาหนะ โดยอุปกรณ์นี้สามารถตรวจจับปรสิตที่สร้างสารประกอบเคมีที่เรียกว่า “เทอร์พีน” ซึ่งปล่อยกลิ่นที่ดึงดูดยุง และเมื่อสารประกอบนี้อยู่ในเลือดก็จะเข้าสู่ปอดและออกมาพร้อมกับลมหายใจ
ดร.โอดอม เสริมว่าหากเทียบกับการทดสอบโรคมาลาเรียด้วยเลือดในปัจจุบันแล้วการทดสอบแบบใหม่ใช้ต้นทุนน้อยกว่า อีกทั้งไม่ต้องใช้ตัวอย่างเลือดและยังใช้งานง่ายโดยไม่จำเป็นต้องฝึกอบรม
องค์การอนามัยโลก ระบุว่า เมื่อปีที่ผ่านมา โรคมาลาเรียคร่าชีวิตประชาชนทั่วโลกไปราว 438,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุไม่ถึง 5 ขวบและอยู่ในภูมิภาคซับซาฮาราหรือกลุ่มประเทศที่อยู่ตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราในแอฟริกา





