งูมาเลเซียหาหนทางหนีร้อนจากเอล นีโญไปพึ่งเย็นตามบ้านคนเป็นว่าเล่น
งูมาเลเซียหาหนทางหนีร้อนจากเอล นีโญไปพึ่งเย็นตามบ้านเรือนประชาชน ส่งผลให้จำนวนชาวบ้านแจ้งเหตุงูเลื้อยเข้าบ้าน อาคาร และมาอาศัยอยู่ใกล้ถิ่นที่อยู่ของมนุษย์เพิ่มสูงขึ้นในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา
สำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของมาเลเซีย ได้รับรายงานงูเข้าบ้านจากประชาชนทั่วประเทศสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3,780 ราย ในเดือนมีนาคม เพิ่มจาก 3,708 รายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้รับแจ้งเหตุทั่วประเทศสูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ที่ 973 รายในเดือนมีนาคม และ 899 รายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์
สถิติจากทั้งสองหน่วยงานยังชี้ให้เห็นว่า ยอดแจ้งเหตุรัฐสลังงอร์สูงกว่าที่อื่นมาก เฉพาะสองเดือนรวมกันมีถึง 830 ราย
หัวหน้าฝ่ายจัดการภัยพิบัติ เปิดเผยว่า เหตุงูเข้าบ้านพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูฝนมาสู่ฤดูกาลที่ร้อนขึ้น และสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงจากปรากฏการณ์เอล นีโญ โดยงูจะอพยพไปอยู่ที่ใหม่เมื่อที่อยู่เดิมถูกทำลายหรือไม่เหมาะสมที่จะอยู่อาศัยต่อไป
ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสลังงอร์ “นายโมฮัมหมัด ซานี ฮารูล” กล่าวว่า สาเหตุมีมาจากหลายปัจจัย ทั้งอากาศร้อนและการเผาป่า ทำให้สัตว์มีพิษ เช่น งู ต้องอพยพไปหาที่อยู่ที่เย็นกว่า
ด้านนักวิจัยจากสถาบันเพื่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา “นายไซนีย์ ไซนุดดิน” กล่าวว่า ถิ่นที่อยู่ของสัตว์เลื้อยคลาน โดยเฉพาะงูและตะกวดถูกการพัฒนาของมนุษย์รุกล้ำอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกมันจำเป็นต้องหาที่อยู่ใหม่ โดยการเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านเรือนมนุษย์หรือสถานที่อื่น ๆ เพื่อหลบความร้อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ มนุษย์จึงจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และวิธีการรับมือกับสัตว์


