นักเศรษฐศาสตร์ในรัฐบาลประธานาธิบดีบารัก โอบามา ระบุว่า การขังผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ไม่รุนแรงยาวนานขึ้น และเรือนจำที่แออัด ทำร้ายเศรษฐกิจสหรัฐ
รายงานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาวซึ่งเผยแพร่เมื่อวันเสาร์ (23 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ระบุว่า จำนวนนักโทษในสหรัฐเพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2523 ถึง 4.5 เท่า เนื่องจากโทษจำคุกยาวนานขึ้น รวมทั้งมีการพิพากษาจำคุกสูงขึ้นในเกือบทุกคดีนักเศรษฐศาสตร์จึงเห็นพ้องกันว่า เรือนจำที่แออัด โทษจำคุกที่สูงเกินไป และโครงการผู้กระทำความผิดซ้ำที่ไม่เพียงพอ ลดทอนผลิตภาพของเศรษฐกิจสหรัฐโดยรวม ซ้ำยังสร้างความเสียหายให้กับประชาชนที่เกี่ยวข้อง
รายงานระบุด้วยว่า สหรัฐสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ผ่านการลงทุนด้านตำรวจ ให้การศึกษานักโทษ และโอกาสการทำงานสำหรับอดีตนักโทษ ได้มากกว่าที่ได้จากการให้เงินทุนเพิ่มเติมแก่เรือนจำ
นายเจสัน เฟอร์แมน ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจเปิดเผยว่าในวันจันทร์(25 เม.ย.) เจ้าหน้าที่รัฐบาล นักเศรษฐศาสตร์ ผู้นำภาคธุรกิจ และนักวิชาการจะหารือกันในเรื่องนี้
หลังจากนี้ศูนย์เบรนแนนจะเปิดเผยผลการศึกษาเชิงปริมาณ ถึงต้นทุนของชาวอเมริกันจากระบบยุติธรรมเชิงอาญาสหรัฐ ในแง่ของการจ้างงาน ค่าจ้าง ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ
ด้านนายดักลาส ฮอล์ทซ์ -เอกิน ผู้เคยเป็นประธานสำนักงบประมาณสภาคองเกรส ระหว่างปี 2546-2548 และปัจจุบันเป็นประธานกลุ่มคลังสมอง “อเมริกัน แอคชัน ฟอรัม” กล่าวว่า รัฐบาลก่อนหน้านี้ไม่ได้ให้ความสำคัญว่านโยบายยุติธรรมเชิงอาญาจะส่งผลต่อกำลังแรงงานอย่างไร นับตั้งแต่เศรษฐกิจถดถอยช่วงปลายทศวรรษ 2000 ทุกมิติของกำลังแรงงานได้ถูกพิจารณาอย่างละเอียดมากขึ้น และได้คำตอบอย่างที่เห็น

