วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'นายกฯอังกฤษ'รับเคยถือครองหุ้น ในกองทุนที่ตปท.

"เดวิด คาเมรอน" นายกรัฐมนตรีอังกฤษ รับเคยถือครองหุ้นมูลค่า 30,000 ปอนด์ในกองทุนที่ต่างประเทศ แต่ขายทิ้งก่อนเข้ารับตำแหน่ง

นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษยอมรับเคยถือครองหุ้นมูลค่า 30,000 ปอนด์ในกองทุนในต่างประเทศ ที่จัดตั้งโดยบิดา หลังเจอแรงกดดันอย่างหนักจากการเปิดโปงแฟ้มลับสะเทือนโลก ปานาปา เปเปอร์ส แต่ก็ขายหุ้นในกองทุนดังกล่าวไปแล้วเมื่อปี 2553 ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวถึง 4 รอบในช่วงสัปดาห์นี้ หลังจากมีการเผยแพร่เอกสารรั่วไหล “ปานาปา เปเปอร์ส” เมื่อวันอาทิตย์(3 เม.ย.) ซึ่งหลุดจากฐานข้อมูลของมอสแซก ฟอนเซกา บริษัทกฎหมายระหว่างประเทศอันดับ 4 ของโลกที่มีฐานอยู่ในปานามา และเปิดโปงสารพัดวิธีการที่มหาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลทั่วโลก แสวงหาประโยชน์จากกลไกภาษีลับต่างแดน

นายคาเมรอน ถูกกดดันอย่างหนักจากพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก และสื่อมวลชนในสัปดาห์นี้ ให้ออกมาชี้แจงขอบเขตความเกี่ยวข้องระหว่างเขากับกองทุนในต่างแดน โดยนายเอียน บิดาของนายคาเมรอน เป็นนายหน้าซื้อขายหุ้น เสียชีวิตในปี 2553 หรือ 4 เดือนหลังจากลูกชายก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี

ขณะเดียวกัน นายไมเคิล เกรแฮมเมอร์ ประธานบริหารไฮโป แลนเดสแบงก์ โฟราร์ลแบร์กของออสเตรีย ที่มีชื่ออยู่ในปานามา เปเปอร์ส ประกาศลาออก สังเวยรายงานฉาวชิ้นนี้

ด้านประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ปฏิเสธไม่มีความเกี่ยวพันใดๆกับเอกสารลับทางการเงินที่รั่วไหล ระหว่างพบปะพูดคุยกับคณะสื่อมวลชนที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก พร้อมทั้งระบุด้วยว่า สื่อตะวันตกพากันนำเสนอข่าวที่อ้างว่าเขามีส่วนพัวพันในบัญชีบริษัทการค้านอกประเทศ ทั้งๆที่ในเอกสารลับปานามา เปเปอร์สที่รั่วไหลออกมา ไม่ได้มีการระบุชื่อเขาแต่อย่างใด ข้อมูลที่รั่วไหลออกมาเป็นแผนของสหรัฐ เพื่อบั่นทอนเสถียรภาพของรัสเซีย