องค์กรอุตุนิยมวิทยาโลกรายงานว่าปีที่แล้วคือปีที่ทำลายสถิติใหม่หลายด้านเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ
องค์กรอุตุนิยมวิทยาโลกหรือดับเบิลยูเอ็มโอ ระบุว่า ภาวะโลกร้อนกำลังเกิดขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าที่คาดกันไว้มาก ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณมลพิษที่เพิ่มขึ้นในชั้นบรรยากาศโลก และเป็นสาเหตุให้เกิดปรากฎการณ์เรือนกระจก ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
รายงานของดับเบิลยูเอ็มโอพบว่า อุณหภูมิพื้นผิวโลกโดยเฉลี่ยเมื่อปีที่แล้ว สูงกว่าสถิติเดิมอย่างมาก และปรากฎการณ์ดังกล่าวยังดำเนินต่อเนื่องมาถึงเดือน ม.ค และ ก.พ ของปีนี้ ซึ่งทำให้เกิดเป็นสถิติใหม่ของทั้งสองเดือนดังกล่าวด้วย
เลขาธิการดับเบิลยูเอ็มโอ นายเพทเทอรี ทาลาส ระบุว่า อุณหภูมิโลกในปัจจุบันสูงกว่าระดับอุณหภูมิของเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 ราว 1 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่ามาถึงครึ่งทางของระดับอุณหภูมิที่สูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม 2 องศาเซลเซียส ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นระดับที่อันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก
เลขาธิการของดับเบิลยูเอ็มโอ กล่าวด้วยว่า แนวโน้มอุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้จะดำเนินต่อไปโดยไม่มีทีท่าจะลดลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปรากฎการณ์เอลนีโญ ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปีที่แล้วและต่อเนื่องมาถึงปีนี้ และหากอุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวโลกเพิ่มขึ้นในระดับที่สูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม 2 องศาเซลเซียส ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศแบบรุนแรงสุดขั้วมากขึ้นและบ่อยครั้งขึ้น


