รัฐบาลสิงคโปร์อายัดบัญชีเงินฝากจำนวนมากที่อาจเกี่ยวข้องกับ เรื่องการทุจริตครั้งใหญ่ภายในกองทุนพัฒนาประเทศของรัฐบาลมาเลเซีย
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติของสิงคโปร์ออกแถลงการณ์ร่วมกับองค์กรการเงินสิงคโปร์ ( เอ็มเอเอส ) ซึ่งเป็นธนาคารกลางของประเทศ เรื่องการประสานงานกับมาเลเซีย สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐ ในการสืบสวนสอบสวนความผิดปกติ ที่เกิดขึ้นกับ วัน มาเลเซีย เดเวลอปเมนต์ เบอร์ฮัด (วันเอ็มดีบี) ซึ่งเป็นบริษัทกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจและระบบสาธารณูปโภคของรัฐบาลมาเลเซีย โดยการทำงานของทางการสิงคโปร์เริ่มขึ้นเมื่อกลางปีที่แล้ว เพื่อตรวจสอบเรื่องการฟอกเงินและความเคลื่อนไหวอื่นที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับวันเอ็มดีบีและกระทำการกันในสิงคโปร์
ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบข้อมูลจากสถาบันการเงินหลายแห่ง และสัมภาษณ์บุคคลอีกจำนวนหนึ่งตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา นำไปสู่การอายัดบัญชีเงินฝากจำนวนมาก โดยไม่มีการระบุตัวเลขอย่างชัดเจน โดยในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติของสิงคโปร์เคยเผยเพียงครั้งเดียว เมื่อเดือนก.ค.ปีที่แล้ว ว่ามีการอายัดบัญชีเงินฝาก 2 รายการที่เกี่ยวข้องกับวันเอ็มดีบี
แถลงการณ์ดังกล่าวของทางการสิงคโปร์มีขึ้นหลังอัยการสูงสุดของสวิตเซอร์แลนด์เผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่ามี "การยักยอก" เงินราว 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ออกจากกองทุนวันเอ็มดีบี มาฝากยังบัญชีของสถาบันการเงินในสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีเจ้าของเป็นทั้งอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาเลเซีย เจ้าหน้าที่ปัจจุบันและอดีตเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี )
ด้านสำนักงานอัยการสูงสุดของมาเลเซียออกแถลงการณ์ต่อข้อมูลของทั้งสวิตเซอร์แลนด์และสิงคโปร์เพียงว่า ยังไม่เคยได้รับการติดต่อโดยตรงจากทั้งสองประเทศ แต่ยินดีให้ความร่วมมือในการสืบสวน อย่างไรก็ตาม อัยการสูงสุดของมาเลเซียเพิ่งประกาศว่า เงิน 681 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 24,516 ล้านบาท ) ในบัญชีของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ที่หลายฝ่ายสงสัยว่าอาจเป็นเงินที่มาจากวันเอ็มดีบี เป็น "เงินบริจาค" ของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย เพื่อให้นายนาจิบใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อปี 2556 ถือว่าผู้นำมาเลเซียพ้นจากข้อหาคอร์รัปชั่น





