วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สหรัฐส่งเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถียั่วจีนอีกรอบ

สหรัฐส่งเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี แล่นเข้าไปในเขตที่จีนอ้างกรรมสิทธิในทะเลจีนใต้อีกรอบ ลั่นต้องการทดสอบเสรีภาพการเดินเรือ

กองทัพเรือสหรัฐส่งเรือรบ แล่นเข้าไปภายในเขต 12 ไมล์ทะเล ของเกาะที่จีนอ้างกรรมสิทธิในน่านน้ำทะเลจีนใต้ เมื่อวันเสาร์ เพื่อยืนยันสิทธิของสหรัฐ ที่จะเข้าถึงเขตน่านน้ำพิพาท และเสรีภาพการเดินเรือในเขตน่านน้ำสากล

นาวาเอก เจฟฟ์ เดวิส โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ แถลงว่า เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี ยูเอสเอส เคอร์ติส วิลเบอร์ ของกองทัพเรือสหรัฐ แล่นเฉียดผ่านเกาะไทรตัน เกาะเล็กๆ เนื้อที่ 1.2 ตารางกิโลเมตร ทางใต้ของหมู่เกาะพาราเซล ในทะเลจีนใต้ โดยไม่มีเรือของกองทัพจีนปรากฎให้เห็น ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายต่อความพยายามของผู้กล่าวอ้างกรรมสิทธิเหนือเกาะไทรตัน 3 รายคือ จีน ไต้หวัน และเวียดนาม ที่จะจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการเดินเรือ และสะท้อนจุดยืนของสหรัฐว่า เส้นทางเดินเรือสำคัญเส้นนี้ ควรให้เป็นเขตน่านน้ำสากล

น.อ.เดวิส กล่าวอีกว่า ทางการสหรัฐไม่ได้แจ้งล่วงหน้า แก่ประเทศใดๆ ที่กล่าวอ้างกรรมสิทธิเหนือเกาะ ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นในทะเลจีนใต้ ก่อนที่จะส่งเรือเข้าไปในเขตน่านน้ำดังกล่าว พร้อมกับย้ำ ว่า สหรัฐไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดที่กล่าวอ้างกรรมสิทธิ เพียงแต่ต้องการประกาศจุดยืน เกี่ยวกับการปกป้องสิทธิ เสรีภาพ และการใช้อย่างถูกกฎหมายต่อทะเลและน่านฟ้า ที่รับประกันสำหรับทุกชาติ การกล่าวอ้างทางทะเลทั้งหมดต้องเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศจีน ตอบโต้ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐ ด้วยแถลงการณ์ประณามผ่านทางเว็บไซต์ของกระทรวง เมื่อคืนวันเสาร์ โดยระบุว่า เรือรบของอเมริกันละเมิดกฎหมายจีน ด้วยการเข้าสู่น่านน้ำอาณาเขตของจีนโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน และฝ่ายจีนได้ดำเนินมาตรการที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึง การเฝ้าระวังและตักเตือน

ด้านแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมจีน ผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงในเวลาต่อมา มีความแข็งกร้าวมากกว่า โดยกล่าวว่า การกระทำของชาวอเมริกัน ถือเป็นการ "จงใจยั่วยุ ไร้ความรับผิดชอบ และอันตรายอย่างยิ่ง" และว่า กองเรือของกองทัพเรือจีน ได้ดำเนินการตอบโต้ในทันที ด้วยการออกตรวจเขตพิสูจน์ฝ่าย และส่งสัญญาณเตือนให้เรือของสหรัฐถอยออกไปในระยะห่าง "ไม่ว่าฝ่ายอเมริกาจะใช้วิธีการยั่วยุอย่างไร กองทัพจีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นทุกอย่าง เพื่อปกป้องอย่างเด็ดเดี่ยวต่ออำนาจอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ" แถลงการณ์สรุป