ไอเอ็มเอฟ ชี้ ราคาน้ำมันที่ลดลงมากเกินไปในขณะนี้ถือเป็นปัจจัยฉุดรั้งเศรษฐกิจโลกไม่ให้เติบโตมากกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่เคยคาดไว้
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับล่าสุด ระบุว่า ปกติแล้วราคาน้ำมันถูกมักกระตุ้นความต้องการบริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศที่น้ำมันเป็นต้นทุนสำคัญของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ แต่ราคาน้ำมันที่ร่วงไปแล้ว 70% ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเกิดความตึงตัวทางการเงิน เป็นเหตุให้ความต้องการบริโภคในประเทศหดตัว ขณะที่บริษัทน้ำมันและก๊าซพากันลดการลงทุน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ ผลเสียที่เกิดขึ้นรุนแรงกว่าประโยชน์ที่ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันได้จากราคาน้ำมันที่ถูกลงมาก
ไอเอ็มเอฟตั้งข้อสังเกตว่า แม้ราคาน้ำมันถูกแต่ความต้องการใช้น้ำมันกลับไม่เพิ่มขึ้น สาเหตุอาจเกิดจากราคาน้ำมันที่ไปถึงมือผู้บริโภคไม่ได้ถูกตามไปด้วย ประกอบกับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจบางแห่งยังคงมุ่งลดรายจ่ายและหนี้สินอยู่
รายงานของไอเอ็มเอฟซึ่งจัดทำก่อนที่ราคาน้ำมันโลกลดลง 22% ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของปีนี้คาดว่า ราคาน้ำมันดิบจะลดลงอีก 17.6% ในนี้ หลังจากลดไปเกือบครึ่งหนึ่งตลอดปีที่แล้ว และอาจจะกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยในปีหน้า


