รายงานล่าสุดชี้ หุ่นยนต์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เริ่มแทนที่แรงงานมนุษย์ จะทำคนตกงานกว่า 5 ล้านคนภายในปี 2563 ใน 15 ประเทศชั้นนำของโลก
ผลวิจัยที่เผยแพร่ในการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัมที่เมืองดาวอสของสวิตเซอร์แลนด์คาดการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงาน รวมถึงการเพิ่มจำนวนของแรงงานหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ จะส่งผลให้มีคนตกงานสุทธิ 5.1 ล้านคนภายใน 5 ปีข้างหน้าใน 15 ประเทศชั้นนำของโลก
ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวระบุว่า จำนวนคนตกงานทั้งหมดจะอยู่ที่ 7.1 ล้านคน แต่ได้การจ้างงานใหม่ 2 ล้านคนมาชดเชย ขณะที่15 ประเทศชั้นนำของโลกซึ่งครองสัดส่วนแรงงานประมาณ 65% ของแรงงานทั่วโลก รวมไปถึงสหรัฐ อังกฤษ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย และอิตาลี
ผลวิจัยนี้ ตอกย้ำถึงความท้าทายจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์จะถูกนำมาทำงานที่มีรูปแบบแผนตายตัวแทนแรงงานคนในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ภาคการผลิตไปจนถึงภาคธุรกิจด้านสุขภาพ หรือเฮลธ์แคร์
นอกจากนี้ ผลวิจัยยังระบุรายชื่องานที่จะหดหายไปในแต่ละอุตสาหกรรมโลกด้วย โดยอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์นั้นถูกมองว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากผลของเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการรักษาทางไกล หรือเทเลเมดิซีน รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมพลังงาน และอุตสาหกรรมธุรกิจการเงิน
ส่วนตำแหน่งงานที่จะเป็นที่ต้องการมากขึ้นในอนาคตคือ กลุ่มวิเคราะห์ข้อมูล และตัวแทนขายสินค้าเฉพาะทาง ขณะที่ผู้หญิงจะเป็นกลุ่มที่สูญเสียงานมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากงานในสำนักงานและงานเอกสารนั้นเป็นงานที่ผู้หญิงมีบทบาทมากกว่า


