ราคาน้ำดิบในตลาดโลกร่วงลงแตะระดับ 32 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ถือเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี นับตั้งแต่ปลายปี 2546
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ว่า สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐ งวดส่งมอบเดือนก.พ. ปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ราคา 33.27 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 1,207.70 บาท ) ลดลง 70 เซนต์ ( ราว 25.4 บาท ) หรือร้อยละ 2.1 แต่ราคาในช่วงหนึ่งของการซื้อขายดิ่งลงไปถึง 32.1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 1,165.23 บาท ) ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2546
ขณะที่สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนก.พ.เช่นกัน ปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ราคา 33.75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 1,225.12 บาท ) ลดลง 48 เซนต์ ( ราว 17.4 บาท ) หรือร้อยละ 1.4
ทั้งนี้ บริษัท ฟิทช์ เรตติงส์ วิเคราะห์ว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียดอย่างหนัก ด้วยกรณีพิพาทครั้งรุนแรงระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในภูมิภาค บวกกับการที่รัฐบาลสหรัฐเผยรายงานปริมาณเชื้อเพลิงสำรองในสัปดาห์นี้ ว่าอยู่ที่ 10.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2539 ตลอดจนความปั่นป่วนในตลาดหุ้นของจีน ส่งผลกระทบอย่างมากต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม ต่อมาในวันศุกร์ ธนาคารประชาชนจีน ( พีบีโอซี ) ปรับอัตราอ้างอิงสกุลเงินหยวนกับดอลลาร์สหรัฐให้เพิ่มขึ้น 0.02 จากอัตราเมื่อวันพฤหัสบดี มาอยู่ที่ 6.5636 ต่อ 1.0 ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการปรับเพิ่มค่าเงินหยวนเป็นครั้งแรกในรอบ 8 วัน ด้านคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จีน ( ซีเอสอาร์ซี ) ยกเลิกมาตรการ "เซอร์กิต เบรคเกอร์" เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาด หลังบังคับใช้ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 4 ม.ค. และ 7 ม.ค. เนื่องจากหุ้นตกมากกว่าร้อยละ 7 ส่งผลกระทบไปยังตลาดทั่วโลก





