สายการบิน "แอร์ฟรานซ์" เผยระเบิดที่พบบนเที่ยวบินจากมอริเชียสสู่ปารีสเป็นของปลอม ยันจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด
นายเฟรเดอริก กาเกย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินแอร์ฟรานซ์ แถลงเมื่อวันอาทิตย์ เกี่ยวกับผลการสอบสวนวัตถุต้องสงสัยบนเที่ยวบินเอเอฟ463 จากกรุงพอร์ตหลุยส์ในมอริเชียส มุ่งหน้าสู่กรุงปารีส ทำให้เครื่องบินต้องลงจอดฉุกเฉินที่เมืองมอมบาซา ในเคนยา ว่าสิ่งที่ทุกฝ่ายเชื่อว่าเป็นระเบิดนั้น แท้จริงเป็นกล่องกระดาษที่ภายในเป็นนาฬิกาจับเวลาครัวและเศษกระดาษอีกจำนวนหนึ่ง
ทั้งนี้ กาเกย์ประณามเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างรุนแรง แม้ผู้โดยสารทั้ง 459 คน และลูกเรืออีก 14 คนไม่ได้รับอันตราย อีกทั้งเครื่องบินซึ่งเป็นโบอิ้ง 777 สามารถลงจอดอย่างปลอดภัย แต่เจ้าหน้าที่ของทางการเคนยาควบคุมตัวผู้โดยสาร 4 คนไปสอบสวนเป็นพิเศษแล้ว แม้ยังไม่มีรายงานใดสามารถยืนยันได้ว่า วัตถุต้องสงสัยที่มีผู้พบอยู่หลังกระจกในห้องน้ำของเครื่องบินนั้น อยู่ในตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่เมื่อใด แต่ซีอีโอของแอร์ฟรานซ์ตั้งข้อสังเกตว่า วัตถุเหล่านี้่ไม่ใช่ "สิ่งของปกติ" ที่บุคคลทั่วไปจะนำขึ้นเครื่องบิน และบริษัทจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
สายการบินทั่วโลกอยู่ในภาวะตื่นตัวขั้นสูงสุดต่อภัยก่อการร้าย หลังกลุ่มไอเอสอ้างเป็นผู้วางระเบิดเครื่องบินโดยสาร "เมโทรเจ็ต" ของรัสเซีย ตกในอียิปต์ เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา และสังหารผู้อยู่บนเครื่องทั้ง 224 คน นอกจากนี้ กลุ่มไอเอสยังอ้างเป็นผู้ก่อเหตุวินาศกรรมหลายจุดในกรุงปารีส เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ศพ





