วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

สหรัฐสั่งพลเมืองรีบออกจาก 'บุรุนดี' โดยเร็ว

รัฐบาลสหรัฐ ประกาศให้พลเมืองรีบออกจากบุรุนดีโดยเร็วที่สุด หลังสถานการณ์ความรุนแรงทางภาคตะวันออกของแอฟริกายังไม่น่าไว้วางใจ

รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ออกประกาศเรียกร้องให้ชาวอเมริกันรีบเดินทางออกจากบุรุนดีโดยเร็วที่สุด รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ไม่ใช่หน่วยฉุกเฉินหรือจำเป็น และครอบครัวญาติพี่น้องเจ้าหน้าที่การทูต หลังเกิดเหตุความไม่สงบเมื่อวันศุกร์ กลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธบุกโจมตีที่ตั้งของทหารและตำรวจ ในเมืองหลวงกรุงบูจุมบูรา 3 จุด และเกิดการยิงปะทะทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 90 ศพ

พ.อ.กัสปาร์ด บาราตูซา โฆษกกองทัพบกบุรุนดี เผยเมื่อวันเสาร์ ว่า กลุ่มคนร้ายพร้อมอาวุธครบมือกว่า 150 คน บุกโจมตีฐานทหารและตำรวจเมื่อวันศุกร์ การยิงปะทะทำให้คนร้ายเสียชีวิต 79 ศพ ทหารเสียชีวิต 4 นาย และตำรวจเสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ 21 นาย กลุ่มคนร้ายถูกจับกุม 45 คน เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำ เบื้องต้นยังไม่ทราบกลุ่มสังกัด

รายงานข่าวระบุว่า เสียงปืนและระเบิดดังตลอดทั้งวันศุกร์ ในกรุงบูจุมบูรา แต่กลางคืนเสียงสงบลง และตามถนนสายต่างๆ เงียบสงบในวันเสาร์ และในวันเดียวกัน ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา สมาชิก 15 ชาติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ยกมือผ่านมติด้วยเสียงเป็นเอกฉันท์ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายในบุรุนดี พบปะและเจรจาสันติภาพกันในทันที พร้อมกับพูดเป็นนัยอีกว่า บุรุนดีอาจเผชิญมาตรการคว่ำบาตร หากการเจรจาเพื่อสร้างความปรองดองประสบความล้มเหลว

ความไม่สงบในบุรุนดีเริ่มปะทุขึ้นในเดือน เม.ย. เมื่อประธานาธิบดีปิแอร์ เอ็นกูรุนซิซา ผู้นำคนปัจจุบัน ประกาศแผนครองอำนาจต่อเป็นสมัยที่ 3 สร้างความไม่พอใจแก่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ซึ่งระบุว่าเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ และละเมิดข้อตกลงสันติภาพ ที่ยุติสงครามกลางเมืองยาวนาน 12 ปี และมีผู้เสียชีวิตราว 300,000 คน

สงครามกลางเมืองบุรุนดี ระหว่างปี พ.ศ. 2536 - 2548 เป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มกบฏชนเผ่าฮูตู กลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งหนึ่งในหัวหน้ากลุ่มคือ เอ็นกูรุนซิซา กับทหารกองทัพรัฐบาลชนเผ่าตุ๊ดซี่ กลุ่มคนส่วนน้อย การสู้รบยังทำให้ชาวบุรุนดีต้องอพยพหนีภัยข้ามแดน ไปยังหลายประเทศเพื่อนบ้าน เช่น รวันดา แทนซาเนีย ยูกันดา และคองโก