รัฐบาลเบลเยียม ขยายเวลามาตรการเฝ้าระวังภัยก่อการร้ายขั้นสูงสุดในกรุงบรัสเซลส์อีก 1 สัปดาห์ พร้อมส่งทหาร-ตำรวจประจำการตามสถานที่สำคัญ
รัฐบาลเบลเยียม ขยายเวลามาตรการเฝ้าระวังภัยก่อการร้ายขั้นสูงสุดในกรุงบรัสเซลส์ต่อจนถึงวันจันทร์ที่ 30 พ.ย. ขณะที่ตำรวจฝรั่งเศสพบวัตถุต้องสงสัยเป็นสายระเบิดของหนึ่งในทีมวินาศกรรมกรุงปารีส วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2558 เวลา 9:11 น. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ว่า
นายกรัฐมนตรีชาร์ล มิเชล ผู้นำเบลเยียม แถลงเมื่อวันจันทร์ ว่าระดับของภัยคุกคามจากการก่อการร้ายในกรุงบรัสเซลส์ยังอยู่ในขั้นรุนแรงและมีแนวโน้มเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นพ้อง ให้ขยายระยะเวลาของมาตรการขั้นสูงสุดในการเฝ้าระวังภัยจากการก่อการร้ายในเมืองหลวงของประเทศออกไปอีก 1 สัปดาห์
ทั้งนี้ ทหารและตำรวจในเครื่องแบบจะยังคงประจำการและลาดตระเวนตามสถานที่สำคัญในกรุงบรัสเซลส์ พร้อมทั้งตรวจค้นผู้ต้องสงสัยอย่างเคร่งครัด ขณะที่ประชาชนทั่วไปยังควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่มีผู้คนรวมตัวหนาแน่น โดยรัฐบาลจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งในวันจันทร์ที่ 30 พ.ย. ส่วนสหภาพยุโรป ( อียู ) และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ และได้รับการเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยจากทหารเบลเยียม ต่างยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยของตัวเองเป็นขั้นสูงสุดด้วย
ขณะที่สำนักอัยการสูงสุดของเบลเยียมรายงานเพิ่มเติมเรื่องการดำเนินคดีตามกฎหมายกับหนึ่งในผู้ต้องสงสัย 16 คน ซึ่งตำรวจจับกุมได้ในปฏิบัติการจู่โจม ระหว่างคืนวันอาทิตย์ถึงคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายที่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ถือเป็นผู้ต้องสงสัยคนที่ 4 ซึ่งทางการเบลเยียมตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ ต่อจากนายโมฮัมเหม็ด อัมรี วัย 27 ปี นายฮัมซา อัตตู วัย 20 ปี และชายยังไม่ทราบชื่ออีกคนหนึ่ง
ด้านตำรวจฝรั่งเศสรายงานเพิ่มเติมในวันเดียวกัน เรื่องการพบวัตถุต้องสงสัยเป็นสายเข็มขัดระเบิด ในถังขยะที่เขตมองต์รูจ ชานกรุงปารีส ซึ่งหลักฐานชิ้นดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลที่พนักงานสืบสวนแกะรอยได้จากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งที่ตกในที่เกิดเหตุก่อการร้าย ว่านายซาเลาะห์ อับเดสลาม ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญซึ่งยังหลบหนี วนเวียนอยู่ที่เขตมองต์รูจในช่วงเกิดเหตุ


