วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พบ 3 กลุ่มอยู่เบื้องหลังเหตุก่อการร้ายกรุงปารีส

อัยการฝรั่งเศส ชี้มีผู้ก่อเหตุ 3 กลุ่มอยู่เบื้องหลังเหตุก่อการร้ายกลางกรุงปารีส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 129 คน บาดเจ็บมากกว่า 350 คน

อัยการกรุงปารีส กล่าวว่าจากการสืบสวนพบกลุ่มคนร้าย 3 กลุ่มร่วมมือกันก่อเหตุโจมตีหลายระลอกในครั้งนี้ คือเหตุระเบิดฆ่าตัวตายด้านนอกสนามฟุตบอลสตาด เดอ ฟรองซ์ ขับรถกราดยิงร้านอาหารและบาร์หลายแห่ง และเหตุกราดยิงและจับตัวประกันในโรงละครบาตาคล็อง ภายในมีการแสดงคอนเสิร์ตของวงอีเกิลส์ ออฟ เดธ เมทัล วงดนตรีร็อกจากสหรัฐ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 129 คน บาดเจ็บอีกกว่า 350 คน ในจำนวนนี้ 99 คนอาการยังสาหัส และว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวผู้ที่อาจยังหลบหนี รวมถึงตรวจสอบว่าผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาจากที่ใดและได้รับการสนับสนุนทางการเงินอย่างไร

สำหรับผู้ก่อเหตุ 7 คนเสียชีวิต ในจำนวนนี้ 3 คนเป็นมือระเบิดฆ่าตัวตายนอกสนามสต๊าด เดอ ฟรองซ์ ส่วนอีก 4 คนเป็นคนร้ายกราดยิงและจุดชนวนระเบิดในโรงละครบาตาคล็อง ท่ามกลางผู้ชมเต็มความจุ 1,500 คน จนมีผู้เสียชีวิต 89 คน คนร้ายทั้งหมดใช้ปืนกลและคาดสายติดระเบิดรอบตัว รายงานระบุด้วยว่าผู้ก่อเหตุ 1 คนที่เสียชีวิตในสถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ตเป็นชาวฝรั่งเศส อายุประมาณ 30 ปี อาศัยอยู่ชานกรุงปารีสและมีชื่ออยู่ในประวัติของตำรวจแต่ไม่เคยถูกจับกุม นอกจากนี้ยังพบหนังสือเดินทางซีเรียและอียิปต์ใกล้ศพมือระเบิดฆ่าตัวตาย 2 ใน 3 คนใกล้กับสนามสต๊าด เดอ ฟรองซ์ด้วย

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเบลเยียมยังจับกุมผู้ต้องสงสัยระหว่างการกระจายกำลัง ตรวจค้นในเมืองโบเลนบีคใกล้กับกรุงบรัสเซลส์ได้ 3 คน เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีในกรุงปารีส รวมถึงยึดรถยนต์ที่ต้องสงสัยใช้ก่อเหตุและหลบหนีได้ 1 คัน

ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลลองด์ ของฝรั่งเศส ระบุว่า เหตุร้ายที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุดในกรุงปารีสครั้งนี้ ถือเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่เหตุการณ์ระเบิดที่กรุง มาดริดเมื่อปี 2547 เป็นฝีมือของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) เป็นการทำสงครามต่อฝรั่งเศสซึ่งเป็นประเทศเสรี พร้อมประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วันให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งระบุว่าเป็นการก่อเหตุที่มีการวางแผนเป็นอย่างดีจากนอกประเทศ ผู้นำฝรั่งเศสยังประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ ยกระดับการเตือนภัยขั้นสูงสุด สั่งปิดพรมแดน รวมถึงให้ทหารกว่า 1,500 นายเข้ามารักษาความปลอดภัยในเมือง

ขณะที่กลุ่มไอเอสออกแถลงการณ์ ชื่นชมนักรบของไอเอสทั้ง 8 คนที่คาดสายติดระเบิดฆ่าตัวตายและมีปืนกลเป็นอาวุธว่าเป็นผู้ก่อเหตุร้ายดังกล่าว โดยได้ศึกษาเป้าหมายมาเป็นอย่างดี เป็นการกระทำเพื่อตอบโต้ฝรั่งเศสที่ดูหมิ่นพระศาสดาของศาสนาอิสลาม และใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในดินแดนของไอเอส พร้อมเตือนว่าฝรั่งเศสจะยังคงเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งตราบใดที่ยังดำเนินนโยบายเช่นในปัจจุบัน

ขณะเดียวกันสถานที่หลายแห่งในกรุงปารีส ต่างพากันปิดในวันเสาร์ ประกอบด้วยโรงเรียน พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด สนามกีฬา สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส ตลาดจำหน่ายอาหาร และศาลาว่าการกรุงปารีส ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างหอไอเฟลประกาศปิดไม่มีกำหนด ส่วนดิสนีย์แลนด์ปารีสปิดให้บริการในวันเสาร์เพื่อร่วมแสดงความเสียใจกับผู้ เคราะห์ร้าย เป็นการปิดทำการครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2535 เช่นเดียวกับการแข่งขันกีฬาต่างๆ รวมถึงการรวมกลุ่มทำกิจกรรมในที่สาธารณะถูกยกเลิกตลอด 5 วันต่อจากนี้

สำหรับผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 129 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวฝรั่งเศส แต่จนถึงขณะนี้มีรายงานว่ามีพลเมืองชาติต่างๆ อยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตด้วย เป็นชาวเบลเยียม โรมาเนีย ตูนิเซีย ชาติละ 2 คน ชาวอังกฤษ อเมริกัน สวีเดน โปรตุเกส และสเปน ชาติละ 1 คน อีกด้านหนึ่ง ผู้นำประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้ทยอยออกมากล่าวแสดงความเสียใจและร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับฝรั่งเศส

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวว่า ความป่าเถื่อนโหดร้ายของการก่อการร้ายในครั้งนี้เป็นการกระทำที่ท้าทายอารยธรรมของมนุษยชาติ พร้อมรับปากว่ารัสเซียจะร่วมมือกับฝรั่งเศสอย่างใกล้ชิดในการสอบสวนเหตุที่เกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี กล่าวว่า เยอรมนียืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกับฝรั่งเศส ในการปกป้องค่านิยมของยุโรปจากการโจมตีของผู้ที่นิยมความรุนแรงสุดโต่ง ส่วนนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ผู้นำอังกฤษ และประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ ประณามผู้ก่อเหตุว่าเป็นฆาตกรที่เหี้ยมโหด ที่กระทำการก่อการร้ายที่ชั่วร้ายที่สุดในยุโรป ทั้งอังกฤษและสหรัฐพร้อมยืนเคียงข้างฝรั่งเศสต่อสู้กับการก่อการร้าย