หมอกควันที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนมีปริมาณฝุ่นละอองทะลุมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ถึง 50 เท่า
ค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ พีเอ็ม 2.5 ในเมืองฉางชุน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ทะลุ 860 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเท่านั้น
ด้านทางการเมืองฉางชุน ระบุในโซเชียลมีเดียว่า ขณะนี้ได้ยกระดับการตอบสนองต่อภัยพิบัติเป็นระดับ 3 ซึ่งห้ามไม่ให้โรงเรียนจัดกิจกรรมกลางแจ้ง เตือนให้ประชาชนใช้ขนส่งมวลชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อยู่แต่ในบ้าน และสวมหน้ากากอนามัย
นอกจากนี้ หลายคนเชื่อว่า ปัญหาฝุ่นละอองและหมอกควันของจีนทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร และเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง โรคปอด และมะเร็ง ทั้งยังทำให้ประชาชนไม่พอใจผู้บริหารเมือง เนื่องจากส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากระบบทำความร้อนของเมือง ที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง แม้หมอกควันส่วนหนึ่งถูกพัดมาจากเมืองอื่นก็ตาม
ขณะเดียวกัน ระดับฝุ่นละอองในเมืองเสิ่นหยาง สูงกว่าเมืองฉางชุนมาก โดยอยู่ที่ 1,157 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งรู้สึกระคายตาและเจ็บคอแล้ว จึงต้องออกไปซื้อหน้ากากอนามัยมาสวม แต่บางคนบอกว่า ยังไม่ทราบวิธีป้องกันฝุ่นที่ถูกวิธี




