"พายุไซโคลนเมกห์" จ่อถล่มเยเมน หลังพัดเข้าเกาะทางตะวันออกของเยเมนเมื่อวานนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย อพยพประชาชนรวม 5 พันคน
พายุไซโคลน 'เมกห์' พัดกระหน่ำเกาะโซโคตรา นอกชายฝั่งทางตะวันออกของเยเมน เมื่อวันอาทิตย์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บ 4 ราย ขณะที่บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างจำนวนมากพังเสียหายรุนแรง ทำให้ประชาชนราว 5,000 คน ในพื้นที่ชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะ ต้องไร้ที่อยู่อาศัย
เมกห์ เป็นพายุไซโคลนลูกที่ 2 ที่พัดผ่านเกาะโซโคตราในระยะเวลาเพียงไม่ถึงสัปดาห์ ถัดจากพายุไซโคลนชาปาลา แต่สำนักงานสิ่งแวดล้อมโซโคตรา เผยว่า ผลกระทบจากเมกห์อาจรุนแรงมากกว่า เนื่องจากพายุเคลื่อนผ่านเกาะโดยตรง โดยศูนย์ร่วมเตือนภัยพายุไต้ฝุ่น (เจทีดับเบิลยูที) ที่อ่าวเพิร์ลฮาเบอร์ของหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐ เผยว่า พายุเมกห์มีความเร็วลมสูงสุด 232 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทียบเท่ากับความรุนแรงของพายุเฮอร์ริเคนระดับ 4 ตามมาตรวัดซัฟเฟอร์-ซิมป์สัน
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) รายงานคาดการณ์ว่าพายุเมกห์จะพัดขึ้นฝั่งทางตะวันออกของเยเมน ด้วยความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง 90-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาประมาณ 15.00 น. วันอังคาร ตามเวลาท้องถิ่น (19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) โดยหน่วยงานให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) จะมีประชาชนได้รับผลกระทบจากกระแสลมแรงและฝนตกหนักกว่า 230,000 คน โดยจังหวัดอับยันและอัล ไบดา มีความเสี่ยงสูงสุด
โอมาน คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และซาอุดีอาระเบีย ได้จัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ประเภทอาหารและเตนท์สำหรับผู้ประสบภัยไปยังเกาะโซโคตราในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ยูเอ็นเผยว่า ราว 1 ใน 3 ของประชากรของโซโคตราได้รับผลกระทบจากพายุชาปาลา การเกิดพายุติดต่อกันในช่วงระยะเวลาไม่นาน เป็นผลมาจากปรากฏการณ์สลับขั้วของน้ำเย็นและน้ำอุ่นในมหาสมุทรอินเดีย หรือไอดีโอ (Indian Ocean dipole)
ทั้งนี้ โซโคตรา เป็นเกาะที่อยู่ห่างไปทางตะวันออกของเยเมน 380 กิโลเมตร ในทะเลอาหรับ มีประชากรราว 50,000 คน ประชากรใช้ภาษาโซโคตริ และมีลักษณะทางนิเวศน์วิทยาคล้ายเกาะกาลาปากอส คือเป็นแหล่งของพืชพันธุ์ลักษณะเฉพาะหลายร้อยชนิด โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมเผยว่า ผลกระทบจากพายุทำให้แนวปะการังพังเสียหาย เกิดการพังทลายของดิน และต้นไม้ถูกถอนราก ซึ่งรวมถึงต้นเลือดมังกรที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์





