"บีอิน สปอร์ตส์" สื่อกีฬารายใหญ่ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกในไทย ฤดูกาล 2016-2019
บีอิน สปอร์ต คว้าสัญญาถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ในไทย และนิวซีแลนด์ ฤดูกาล 2016-2019 ขณะที่ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดในออสเตรเลีย ตกเป็นของออปตัส ที่ให้ราคาสูงกว่าฟ็อกซ์นิวส์ ที่ยื่นประมูลในรอบก่อนหน้านี้เกือบ 3 เท่า
เว็บไซต์มีเดียบิสซิเนสเอเชีย รายงานว่า ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ได้ลงนามในข้อตกลงให้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลประจำฤดูกาล 2016-2019 กับอีก 2 บริษัท คือ บีอิน สปอร์ตส์ ช่องรายการกีฬาทางโทรทัศน์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในเครืออัลจาซีรา ที่คว้าสิทธิ์การถ่ายทอดสดในไทยและนิวซีแลนด์ไปครอง และออปตัส ได้สิทธิ์ในตลาดออสเตรเลีย หลังจากเมื่อเดือนที่แล้ว เพิ่งลงนามทำข้อตกลงทำนองเดียวกับเลอทีวี สปอร์ตส์ ช่องกีฬาน้องใหม่ สำหรับการสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดในฮ่องกง
ขณะที่การแข่งขันในมาเลเซียนั้น ต้องมีการยื่นราคากันเป็นรอบที่ 3 เนื่องจากยังไม่ได้ราคาตามที่พรีเมียร์ลีกต้องการ โดยในตลาดนี้ มี แอสโตร บริษัทเคเบิลทีวีรายใหญ่สุดของมาเลเซีย เป็นตัวเก็งที่จะคว้าลิขสิทธิ์ไปครอง ส่วนคู่แข่งขันที่มีอยู่ รวมถึง บีอิน สปอร์ตส์ และทีเอ็ม
ส่วนในตลาดอื่นๆ ที่พรีเมียร์ลีกเริ่มต้นเปิดเจรจา รวมถึง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และเวียดนาม โดยมีแนวโน้มว่า หลังจากดำเนินการเสร็จสิ้นในตลาดเหล่านี้แล้ว พรีเมียร์ลีก จะเดินหน้าเปิดเจรจาในอินเดีย และอินโดนีเซียต่อไป
มีเดียบิสซิเนสเอเชีย ระบุว่า ราคาการซื้อลิขสิทธิ์สำหรับการถ่ายทอดสดในไทยครั้งล่าสุดนี้ น่าจะมีมูลค่าไม่ถึง 300 ล้านดอลลาร์ น้อยกว่าที่ซีทีเอช เคยจ่ายไว้สำหรับสิทธิ์การถ่ายทอดสดในฤดูกาล 2013-2016 ราว 50 ล้านดอลลาร์
การที่บีอิน สปอร์ตส์ สามารถคว้าลิขสิทธิ์ในไทยไปครองนั้น ถือว่าสร้างความเสียหายให้กับซีทีเอชค่อนข้างมาก เพราะมากกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกซีทีเอช เป็นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อแพคเกจฟุตบอล แม้ว่าซีทีเอชจะมีลิขสิทธิ์การแข่งขันกีฬารายการอื่นๆ อยู่ในมือ รวมถึงฟุตบอลยูโร 2016 ที่อาจช่วยบรรเทาความเสียหายนี้ไปได้บ้างก็ตาม
ขณะเดียวกัน การคว้าลิขสิทธิ์ในครั้งนี้จะทำให้ บีอิน สปอร์ตส์ ซึ่งมีฐานที่มั่นในไทยอยู่แล้ว มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในตลาดนี้ ซึ่งถือเป็น 1 ในตลาดโทรทัศน์รายใหญ่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยรายได้จากโทรทัศน์ และวีดิโอ ที่มีการคาดหมายว่าจะเติบโตที่ประมาณ 7% ระหว่างปี 2558-2563 โดยมีความเป็นไปได้ว่า พันธมิตรของบีอิน สปอร์ตส์ ในไทย อาจรวมถึง ทรูวิชั่นส์ และซีทีเอเช เช่นเดียวกับโอเปอเรเตอร์โทรศัพท์มือถือ และโอทีทีรายต่างๆ
ปัจจุบัน บีอิน สปอร์ตส์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันรายการกีฬาใหญ่ๆ หลายรายการ รวมถึง ฟุตบอลลาลีกา ของสเปน ที่มีการให้ซับไลเซนส์ในหลายประเทศทั่วเอเชีย รวมถึงไทย





