กรีซเรียกร้องสหประชาชาติเร่งประสานงานรับมือคลื่นผู้อพยพ หลังเกิดเหตุผู้อพยพอย่างน้อย 34 คนรวมทั้งเด็กจมน้ำในทะเลอีเจียน
ข้อมูลล่าสุดจากหน่วยยามชายฝั่งกรีซระบุว่า ผู้อพยพและผู้ลี้ภัยอย่างน้อย 34 คน ซึ่งรวมถึงทารกและเด็กจำนวน 15 คน จมน้ำบริเวณนอกชายฝั่งของเกาะฟาร์มาโกนิสซี ในทะเลอีเจียนของกรีซเมื่อวานนี้ ขณะที่พยายามเดินทางมายังยุโรป
เหตุน่าเศร้าดังกล่าวสร้างความตกใจแก่กรีซ ซึ่งได้เรียกร้องให้สหประชาชาติ หรือยูเอ็น ประสานงานอย่างเร่งด่วน เพื่อจัดการกับคลื่นผู้อพยพและผู้ลี้ภัยที่ไม่มีเอกสารรับรอง ซึ่งเป็นการหลั่งไหลเข้ามาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ทั้งนี้ หน่วยยามชายฝั่งของกรีซ ได้ค้นหาร่างผู้เสียชีวิตตลอดทั้งวัน หลังจากที่เรือไม้บรรทุกผู้อพยพและผู้ลี้ภัยที่ยังไม่ทราบจำนวน ซึ่งเดินทางจากตุรกีมายังกรีซ ได้จมลงในทะเล โดยผู้รอดชีวิตเปิดเผยว่า มีผู้อยู่บนเรือประมาณ 100-120 คน
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่นางวาสซิลิกี ธานู นายกรัฐมนตรีรักษาการของกรีซ เดินทางเยือนหมู่เกาะในทะเลอีเจียน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้อพยพทะลักเข้ามามากที่สุด โดยนางธานูเมินเฉยต่อคำวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความล้มเหลวของกรีซ ในการให้ความช่วยเหลือที่เพียงพอแก่ผู้อพยพและผู้ลี้ภัย โดยระบุว่า เป็นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่เป็นธรรม
ขณะที่ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของเยอรมนี นายโธมัส เดอเมเซียร์ ประการใช้มาตรการควบคุมการข้ามพรมแดนด้านที่ติดกับออสเตรียโดยให้มีผลทันที ส่งผลให้ขบวนรถไฟที่เดินทางระหว่างเยอรมนีและออสเตรีย หยุดให้บริการเป็นเวลา 12 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 03.00 น.ของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น


