เกิดเหตุมือดีบุกป่วนการชุมนุม “เบอร์เซะห์” ด้วยการปาประทัดใส่ผู้ประท้วงจนมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 4 คน ก่อนจะสลายชุมนุมหลังนับถอยหลังเข้าวันชาติ
การชุมนุมภายใต้ชื่อ “เบอร์เซะห์ 4.0” เพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคของมาเลเซียยุติลงแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากประท้วงสองวันติดต่อกันสโดยปราศจากเหตุรุนแรงในภาพรวม แต่ไม่วายมีมือดีขว้างประทัดใส่ผู้ชุมนุมจนมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 4 คน
เว็บไซต์ข่าวมาเลเซีย ออนไลน์รายงานอ้างผู้เห็นเหตุการณ์ว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนหน้าแกนนำประกาศยุติการชุมนุม โดยผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นชายสวมเสื้อยืดสีดำและโพกผ้าคาดหัวสีเหลือง ได้ขว้างประทัดใส่ผู้ชุมนุมบางส่วนที่กำลังพักผ่อนอยู่ที่ลานจอดรถบริเวณจัตุรัสเมอร์เดก้ากลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ซึ่งเป็นจุดชุมนุมหลัก และยังเตรียมขว้างประทัดลูกที่สองแต่มีผู้ประท้วงช่วยกันห้ามไว้ได้ทันก่อนจะไล่จับชายรายนี้ส่งตำรวจได้ในที่สุด
สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของผู้ประท้วงเสื้อเหลืองในช่วงกลางดึกเป็นไปอย่างคึกคัก รวมถึงมีการเล่นดนตรีและการแสดงต่างๆ นอกจากนี้ผู้ร่วมชุมนุมยังหนาตากว่าช่วงบ่ายราว 2 เท่า โดยผู้ชุมนุมบางส่วนบอกว่า เป็นเพราะหลายคนกลับไปพักผ่อนเพื่อออกมานับถอยหลังเข้าวันชาติมาเลเซียในช่วงก่อนเที่ยงคืน ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมนับถอยหลังแล้ว แกนนำก็ประกาศสลายการชุมนุมเพื่อให้ทุกคนกลับไปฉลองวันชาติกับครอบครัว
“นาจิบ” ประกาศอยู่บริหารประเทศต่อ
ขณะที่นายกรัฐมนตรีนาจิบประกาศเมื่อคืนนี้ว่า เขาและรัฐบาลจะอยู่พัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าบนเวทีโลกต่อไป และเรียกร้องให้ชาวมาเลเซียสามัคคีกันเนื่องในวันชาติ แม้จะมีกลุ่มมวลชนต่อต้านเขาจากกรณีอื้อฉาวที่หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่ามีเงินจำนวนเกือบ 700 ล้านดอลลาร์จากกองทุนเพื่อพัฒนามาเลเซีย หรือวันเอ็มดีบีของรัฐบาล ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของนายนาจิบเมื่อปี 2556 ซึ่งเขาปฏิเสธและอ้างว่าเป็นเงินบริจาคจากตะวันออกกลางแต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อผู้ให้





